‘เอ็มเค’คุมต้นทุนรักษากำไร
รับมือบริโภคชะลอตัวปัญหาการเมืองเตรียมทบทวนเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้
รับมือบริโภคชะลอตัวปัญหาการเมืองเตรียมทบทวนเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้
เอ็มเคฯ เดินกลยุทธ์รักษาอัตรากำไรสุทธิปี 2557 เน้นบริหารต้นทุนวัตถุดิบแรงงาน
นายประวิทย์ ตันติวศินชัย รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการบัญชีและการเงิน บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) เปิดเผยว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2557 จะเน้นการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายภายใน เพื่อทำอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เฉลี่ยทั้งปีให้เป็นไปตามเป้าหมายใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 1415% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ทำได้
บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งเป็นสัดส่วนต่อยอดขายสูงสุดใน 2 อันดับแรก คือ ต้นทุนวัตถุดิบ และต้นทุนแรงงาน โดยควบคุมไม่ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
สำหรับต้นทุนวัตถุดิบ มีสัดส่วนสูงสุดถึง 33% ของยอดขาย โดยเฉพาะราคาอาหารทะเลที่มีความผันผวนสูง ซึ่งจะมีการล็อกราคาซื้อล่วงหน้าไว้ 1 ปี ขณะที่การซื้อผักจะล็อกราคาซื้อล่วงหน้า 12 สัปดาห์ ส่วนต้นทุนแรงงาน 2122% ของยอดขาย ใช้วิธีการปรับลดจำนวนพนักงานกลุ่มพาร์ตไทม์ในบางสาขาที่มียอดขายลดลง และไปเพิ่มจำนวนพนักงานในสาขาที่มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น รวมถึงในสาขาที่เปิดใหม่ ซึ่งพนักงานพาร์ตไทม์มีสัดส่วนประมาณ 30% ของพนักงานทั้งหมด
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับมือผลกระทบการบริโภคภายในที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาและความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อยอดขายในบางสาขาให้ลดลง ส่วนบางสาขาที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่การชุมนุมยังมีการเติบโต
นายประวิทย์ กล่าวว่า บริษัทคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมาจากการเปิดสาขาในปีนี้ และจำนวนร้านอาหารทุกแบรนด์ในเครือจำนวน 64 แห่ง กลยุทธ์หลักเปิดร้านในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีแผนเปิดในศูนย์การค้าใหม่ปีนี้ทั้งหมด ใช้งบลงทุน 800900 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดสาขาใหม่ 600700 ล้านบาท ปรับปรุงสาขาเดิม 100200 ล้านบาท และลงทุนสร้างอาคารเพื่อเปิดเป็นร้านอาหารบนถนนพัฒนาการ 100 ล้านบาท เป็นสาขาสแตนด์อะโลนแห่งเดียวที่เปิดใหม่
ขณะที่เป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ จะทบทวนภายหลังสิ้นไตรมาสแรกปี 2557 รวมถึงการปรับขึ้นราคาขาย ทำได้หรือไม่ โดยนำข้อมูลที่จะมีความชัดเจนยิ่งขึ้นของผลกระทบจากการบริโภคที่ชะลอตัวและปัญหาการเมืองซึ่งมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้
“เมื่อมีความเสี่ยงว่ารายได้จะชะลอลง จึงต้องกลับมาเน้นดูแลค่าใช้จ่ายภายในให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนหลัก คือ แรงงานและวัตถุดิบ หลังจบไตรมาสแรกคงเห็นภาพชัดเจนของการเมืองและการบริโภคที่ชะลอลง” นายประวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเอ็มเคฯ มีสถานะการเงินแข็งแกร่ง ไม่มีหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน มีเงินสดที่ได้ระดมทุนขายไอพีโอกว่า 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการร้านอาหารในกลุ่มประเทศอาเซียน 23 ดีล แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าในช่วงเวลาใด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทช่วง 35 ปีข้างหน้า นอกเหนือจากการขยายตัวเพิ่ม การซื้อแบรนด์แฟรนไชส์ต่างประเทศมาเปิดสาขาในประเทศ และการเข้าซื้อกิจการทั้งในและต่างประเทศ


