posttoday
ล้มแล้วต้องลุกคาถาธุรกิจฝ่าวิกฤตไห่เยี่ยน

ล้มแล้วต้องลุกคาถาธุรกิจฝ่าวิกฤตไห่เยี่ยน

07 มีนาคม 2557

ภายหลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มพื้นที่ภาคกลางของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะเมืองทาโคลบาน เมื่อเดือน พ.ย. 2013

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

ภายหลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มพื้นที่ภาคกลางของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะเมืองทาโคลบาน เมื่อเดือน พ.ย. 2013 อิทธิพลของพายุมีความรุนแรงที่สุดในโลกในรอบหลายปี ไม่เพียงคร่าชีวิตประชาชนกว่า 2,500 คน แต่ทำให้ประชาชนอีกนับแสนคนต้องไร้ที่อยู่อาศัยแล้ว แรงลมและคลื่นยักษ์ยังกวาดซัดอาคารบ้านเรือนหายไปในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน และทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและใหญ่กว่า 1.2 หมื่นแห่งต้องขาดทุนย่อยยับ โดยบางรายถึงขั้นต้องปิดตัวลงอย่างไร้ทางเลือก

เช่นเดียวกับร้าน “โรส ซาลอน” ร้านทำผมเล็กๆ ของ โรซิตา อิมเพอเรียล ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 27 ปี ภายในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก สภาพพื้นของร้านเต็มไปด้วยโคลนตม กระจกแตกกระจาย ข้าวของ อุปกรณ์ทำผม และเฟอร์นิเจอร์ ล้มระเนระนาดจนแทบจำเค้าของเดิมไม่ได้

แต่ใครจะเชื่อว่า ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน ร้านทำผมเล็กๆ แห่งนี้สามารถกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และที่สำคัญธุรกิจกลับมาคึกคักมากกว่าช่วงก่อนเกิดเหตุพายุถล่มเสียอีก

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็ก ดังเช่น โรส ซาลอน สามารถฝ่าวิกฤตหายนะทางธรรมชาติได้อย่างไม่น่าเชื่อ คงหนีไม่พ้น “ความมุ่งมั่น” ของเจ้าของร้านวัย 57 ปีผู้นี้ล้วนๆ

“ฉันรู้สึกสิ้นหวังมากเมื่อเห็นสภาพร้านหลังพายุสงบ เพราะร้านทำผมแห่งนี้เป็นแหล่งทำเงินเดียวของฉัน ฉันไม่เหลืออะไรเลย แต่ฉันไม่ร้องไห้หรอกนะ เพราะมัวแต่คิดว่าจะไปหาเงินทุนที่จะมาเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้งได้ที่ไหน” อิมเพอเรียล กล่าว

หลังจากตระเวนหาเงินทุนนานร่วมเดือนและถูกปฏิเสธเงินช่วยเหลือจากกองทุนบรรเทาทุกข์ของไต้หวันถึงสองครั้ง ในที่สุดอิมเพอเรียลก็ได้รับการอนุมัติเงินกู้จากสถาบันเครดิตยูเนียนในท้องถิ่นเป็นเงิน 2 หมื่นเปโซ (ราว 1.48 หมื่นบาท) เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซมร้านทันที

อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยเงินทุนที่มีจำกัด ทำให้อิมเพอเรียลต้องประยุกต์ใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เจ้าตัวจึงนำสิ่งของต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์จากร้านเก่าที่ยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก มาซ่อมแซมเพื่อใช้ในร้านแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “นิว โรส ซาลอน” โดยในช่วงแรกอิมเพอเรียลถึงขั้นต้องใช้พัดลมเป่าผมลูกค้า เนื่องจากไม่มีแม้กระทั่งเงินซื้อไดร์เป่าผม

นอกจากนี้ แม้ว่าทำเลร้านแห่งใหม่มีค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 8,500 เปโซ (ราว 6,200 บาท) ซึ่งถือเป็นราคาที่แพงมากเมื่อเทียบกับร้านเดิม เนื่องจากเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง แต่อิมเพอเรียล มองว่า การย้ายร้านไปอยู่ในทำเลที่ผู้คนพลุกพล่านจะช่วยดึงดูดลูกค้าขาจรได้เพิ่มขึ้น

แม้ว่าเจ้าตัวต้องรับภาระต้นทุนค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น แต่สาวใหญ่หัวธุรกิจกลับตัดสินใจตั้งราคาค่าบริการและสินค้าใกล้เคียงกับเมื่อก่อนเกิดเหตุภัยพิบัติ สวนทางกับธุรกิจอื่นๆ ที่มักปรับราคาเพิ่มขึ้น หวังชดเชยรายได้ที่สูญไปเมื่อเกิดพายุถล่ม เนื่องจากเชื่อว่า การตัดสินใจคงราคาค่าบริการเดิมไว้ ไม่เพียงแต่จะสะท้อนความจริงใจของธุรกิจที่มีต่อลูกค้าแล้ว ยังถือเป็นการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ประสบชะตากรรมด้วยกันอีกด้วย

“คนที่นี่โดยเฉพาะผู้หญิง ยังคงต้องการเสริมสวย เพราะหากพวกเขาพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพหน้าตาโทรม ดูไม่ได้ จะยิ่งทำให้พวกเขายิ่งเครียดกับสิ่งที่พวกเขาเจอมากขึ้นไปอีก ดังนั้น การเสริมสวยจึงนับเป็นหนึ่งในวิธีของคนที่นี่ที่จะพยายามก้าวผ่านเหตุภัยพิบัติอันเลวร้ายนี้ ฉันจึงเชื่อว่าการตั้งราคาที่เหมาะสมโดยไม่ถือโอกาสโก่งราคาเพื่อหวังเอากำไร สะท้อนถึงความจริงใจของธุรกิจที่มีต่อลูกค้า และผลักดันให้ธุรกิจเล็กๆ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” อิมเพอเรียล ฝากทิ้งท้ายเป็นข้อคิด

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่