posttoday
ญี่ปุ่ดันโอท็อปบุกตลาดโลกผุดโมโนช็อปของดี47จังหวัด

ญี่ปุ่ดันโอท็อปบุกตลาดโลกผุดโมโนช็อปของดี47จังหวัด

05 มีนาคม 2557

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตกต่ำในญี่ปุ่นและจำนวนประชากรที่นับว่าจะยิ่งลดลง สวนทางกับผู้สูงอายุมีปริมาณมากขึ้น ทำให้อัตราการบริโภคภายในประเทศลดลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่ประสบกับปัญหามากที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้นเอสเอ็มอีที่เรียกว่ารอวันตายและพากันปิดกิจการเป็นจำนวนมาก

ฮานาโอกะ ฮิโรชิ ตัวแทนโครงการโมโน ช็อป จากทางญี่ปุ่น เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2552 รัฐบาลได้วางนโยบายผลักดันและส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ให้เข้าไปเปิดตลาดในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการจัดงานแสดงสินค้าในยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งล่าสุดสภาหอการค้าญี่ปุ่นได้ริเริ่มโครงการโมเดลต้นแบบรูปแบบร้านค้าจำหน่ายสินค้าโอท็อป เพื่อเปิดตลาดอย่างเต็มรูปแบบ นำร่องที่ประเทศจีน

หลังจากนั้น ได้เข้ามาเปิดร้านโมโน ช็อป ที่ประเทศไทยเป็นแห่งที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย โดยนำสินค้าจากโอท็อป 47 จังหวัดจากญี่ปุ่นมาจำหน่ายหมุนเวียน 1,000-2,000 รายการ บนพื้นที่ 80 ตร.ม. เจาะกลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจและจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไปซึ่งสินค้าจะแบ่งเป็นกลุ่มหัตถกรรม 45% กลุ่มอาหาร 45% ส่วนกลุ่มสกินแคร์ 5-10% จะเริ่มนำเข้ามาจำหน่ายกลางปีนี้ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ของไทยก่อน

สำหรับโมโน ช็อป เกิดขึ้นมาจากการดัดแปลงร้านค้าต้นแบบแอนเทนน่า ช็อป (Antenna Shop) ซึ่งเป็นร้านค้ารวบรวมสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่นมาจำหน่าย เพราะที่ผ่านมาเอสเอ็มอีในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่เปิดตลาดต่างประเทศ เนื่องจากนโยบายองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นไม่ส่งเสริม อีกทั้งส่วนหนึ่งจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีท้องถิ่น แต่ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่ารอวันตายเป็นจำนวนมาก

หากย้อนไปเมื่อปี 2542-2552 รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆ ขยายตลาดมายังประเทศไทย และจากนี้ไป 3-5 ปีข้างหน้าจะเร่งผลักดันเอสเอ็มอีเข้ามาเปิดตลาดในไทยเพิ่มขึ้น ผ่านการจัดสรรงบประมาณการตลาดและการจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันให้โมโน ช็อป เป็นที่รู้จัก ในเบื้องต้นโครงการจะจัดนำร่อง 1 ปี ซึ่งอนาคตอาจจะเกิดความร่วมมือระหว่างไทย นำสินค้าโอท็อปไทยไปจำหน่ายในร้านค้าแอนเทนน่า ช็อป ที่ญี่ปุ่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ย่างก้าวแรกการเปิดโมโน ช็อป ประสบกับปัญหาการชุมนุมทางการเมืองจนต้องชะลอการจัดกิจกรรมออกไป 5 ครั้ง รวมถึงการเดินทางมาดูงาน ศึกษาตลาด และผู้บริโภคคนไทย เพื่อนำสินค้ามาจำหน่าย แต่หลังจากการชุมนุมลดเวทีลง โดยเฉพาะย่านราชประสงค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและพร้อมเดินหน้าตามแผนที่สภาหอการค้าวางไว้ โดยปีนี้เตรียมจัดกิจกรรมอย่างน้อย 10 ครั้ง และคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเดินทางในไทยเพิ่มขึ้นจากที่มีกว่า 100 ราย

ทั้งนี้ สภาหอการค้าญี่ปุ่นแต่งตั้งบริษัท เมดิเอเตอร์ เป็นตัวแทนผู้ดำเนินงานร้านโมโน ช็อป ซึ่งจะเป็นบริษัทประสานงานการเจรจาซื้อและขายสินค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งช่วงกลางปีได้เตรียมจัดงานโมโน ช็อป เอ็กซ์โป เพื่อเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการ คาดว่าสินค้าโอท็อปจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะคนไทยชื่นชอบวัฒนธรรมและสินค้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะกลุ่มอาหารจะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ประกอบการไทย เพราะมีราคาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกลุ่มหัตถกรรมจะมีราคาสูง

ฮิโรชิ กล่าวว่า โครงการร้านโมโน ช็อป ตั้งเป้ารายได้ปีแรกไว้ที่ 50-90 ล้านบาท แบ่งเป็น การซื้อขายระหว่างนักธุรกิจ 50-80 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับนักธุรกิจไทยหลายราย อีกทั้งยังมีชาวสิงคโปร์ ฮ่องกง สนใจติดต่อทำธุรกิจ ที่เหลือเป็นรายได้จากผู้บริโภคทั่วไป 5-10 ล้านบาท

ต้องจับตากลยุทธ์การผลักดันเอสเอ็มอีของรัฐบาลญี่ปุ่นกับก้าวใหม่การสร้างสินค้าโอท็อปให้แจ้งเกิดในตลาดโลก หลังจากที่ผ่านมาสินค้าแบรนด์ดังไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นมูจิและยูนิโคล่ ก็สามารถแจ้งเกิดบนเวทีระดับโลกได้ดีทีเดียว ขณะที่โอท็อปไทยยังย่ำเท้าอยู่กับที่

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน