
แนะพม่าผ่อนกฎหนุนSME
ช่วยรายย่อยลดต้นทุนดำเนินธุรกิจง่ายขึ้นเชื่อหนทางกระตุ้นศก.ชาติโตยั่งยืน
ช่วยรายย่อยลดต้นทุนดำเนินธุรกิจง่ายขึ้นเชื่อหนทางกระตุ้นศก.ชาติโตยั่งยืน
ผู้เชี่ยวชาญแนะพม่าเร่งผ่อนกฎดำเนินธุรกิจ เอื้อรายย่อย หนุนเศรษฐกิจชาติโตยั่งยืน
คิม นินห์ ตัวแทนมูลนิธิเอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในพม่า เปิดเผยรายงานเสนอแนะให้รัฐบาลพม่าเร่งดำเนินการออกมาตรการผ่อนคลายและลดข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจมากที่สุด
“แม้ว่าในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจพม่าสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจและช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถขยายตัวได้ดีขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศแต่ยังช่วยเสริมแกร่งภาคเอกชนในประเทศอีกด้วย ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง” นินห์ ระบุ
ทั้งนี้ จากรายงานผลสำรวจความเคลื่อนไหวสถานการณ์ธุรกิจในพม่า ซึ่งหมายรวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเอเชียและสถาบันเพื่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจพม่า พบว่า ในปัจจุบันธุรกิจในพม่าส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอียังเผชิญกับกฎระเบียบอันยุ่งยาก ซับซ้อน และการดำเนินงานที่ล่าช้า อันเป็นผลจากการออกนโยบายของทั้งรัฐบาลในส่วนกลางและท้องถิ่นที่มีความทับซ้อนกัน กระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยตรง
นอกเหนือจากกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจที่ยุ่งยากแล้ว ธุรกิจพม่ายังต้องรับภาระต้นทุนอันเกิดจากปัญหาการรับสินบนในหน่วยงานราชการ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการรับบริการจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในการขอใบอนุญาตต่างๆ และการเสียภาษีอีกด้วย
รายงานระบุว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ในรัฐมอญและมณฑลสะเกียง ประสบปัญหาจากการถูกเลือกปฏิบัติในระหว่างการขอใบอนุญาตต่างๆ เช่น การขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ การก่อสร้าง ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากร เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เป็นเหตุให้ต้องรับภาระต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น โดยในประเด็นดังกล่าว มูลนิธิเอเชียมองว่ารัฐบาลพม่าควรเร่งเดินหน้ายกเครื่องระบบราชการทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีอย่างมีประสิทธิภาพ







