
ผลประโยชน์เจเจ
จตุจักรถือเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ก่อนหน้านี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เช่าพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ หลังจากได้ย้ายแผงค้าจากสนามหลวงมาอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร
จตุจักรถือเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ก่อนหน้านี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เช่าพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ หลังจากได้ย้ายแผงค้าจากสนามหลวงมาอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร
ปัจจุบันบนพื้นที่กว่า 68 ไร่ มีแผงค้ากว่า 8,000 แผง เมื่อครบกำหนดคืนตลาดให้เจ้าของที่แท้จริง ผู้เช่ากลับอิดออด ยืดเวลามาโดยตลอด จนในที่สุดจึงปล่อยวางหลังจากสู้กันทางกฎหมายแล้ว แต่ไม่วายที่ กทม.ยังเก็บอาคารสำนักงานกลางไว้เพื่อต่อรองเรียกเงินค่าก่อสร้างจนคาราคาซังมาถึงทุกวันนี้
ประกอบกับก่อนหน้านี้มีพ่อค้าแม่ค้าประท้วงไม่ยินยอมให้ ร.ฟ.ท.เข้ามาบริหารตลาดนัดแทน กทม. เพราะมีการปล่อยเช่าช่วง และมีค่าเซ้งแผงค้าแต่ละแผงสูงถึง 1 แสนบาทต่อแผง ค่าเช่าช่วงต่อเดือนละอีกไม่ต่ำกว่า 8,000-1 หมื่นบาท
ปัญหาเหล่านี้ผู้บริหาร ร.ฟ.ท.ทราบดี และพยายามแก้ไขปัญหาและมีแผนจะจัดทำสัญญาเช่าเช่นเดียวกับจุฬาฯ โมเดล แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
ตลาดนัดจตุจักรจึงยังเป็นแหล่งขุมทรัพย์ของนายทุนที่เก็บค่าเช่า
อย่างไรก็ตาม ร.ฟ.ท.เมื่อได้ทรัพย์สินคืนมาก็เข้าไปจัดระเบียบแผงค้าใหม่ โดยหวังขจัดปัญหาการเช่าช่วงที่มีอยู่ และประเมินราคาค่าเช่าแผงค้าเฉลี่ยต่อเดือนเป็น 3,157 บาท พร้อมจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมแผงละ 5 หมื่นบาท แต่คณะกรรมการ ร.ฟ.ท.ได้ตัดสินใจให้จัดเก็บค่าเช่าแผงและให้ผู้ค้าเสียภาษีโรงเรือนเท่านั้น โดยสัญญาเช่าช่วงแรกจะให้เช่าเพียงแค่ 2 ปี เพื่อลดความขัดแย้งเฉพาะหน้า เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. 2555-ก.พ. 2557 และเปิดให้ต่อสัญญาได้อีก 5 ปี คือ เดือน มี.ค. 2557-ก.พ. 2562
การกำหนดระยะเวลาเช่าสั้นๆ เพื่อที่ ร.ฟ.ท.อาจนำพื้นที่ดังกล่าวไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์มากกว่าเดิม เพราะในสมัยที่ กทม.ให้เช่าแผงค้าในราคา 779 บาท/ตร.ม./ปี และจ่ายค่าเช่าให้ ร.ฟ.ท. 30 ปี รวม 147 ล้านบาทนั้น หาก ร.ฟ.ท.ให้เช่าปีละ 480 ล้านบาท







