
คนเอเชียคาดการณ์เกษียณผิดพลาด
แมนูไลฟ์ เผยผลสำรวจนักลงทุนชาวเอเชียส่วนใหญ่กะเกณฑ์เรื่องเกษียณอายุผิดพลาด
แมนูไลฟ์ เผยผลสำรวจนักลงทุนชาวเอเชียส่วนใหญ่กะเกณฑ์เรื่องเกษียณอายุผิดพลาด
นาย โรเบิร์ต เอ. คุค ประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แมนูไลฟ์ ไฟแนนเชียล ในเอเชีย กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ พบว่า นักลงทุนในเอเชียส่วนใหญ่กะเกณฑ์ผิดพลาดใน 3 เรื่อง เกี่ยวกับการเกษียณอายุ โดยเฉพาะระยะเวลาที่แท้จริงของวัยเกษียณ ค่าใช้จ่ายประจำวันในวัยเกษียณ และขีดความสามารถในการทำงาน
ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักจะประเมินช่วงระยะเวลาของการดำรงชีวิตต่ำเกินไป โดยเห็นได้ชัดจากข้อมูลในเรื่องนี้ ซึ่งบ่งบอกว่า ผู้ที่ตอบแบบสอบถามของการสำรวจมักจะมีอายุยืนยาวมากกว่าที่เขาคาดคิดถึง 5 ปี สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ เงินออมสำหรับวัยเกษียณของแต่ละคนจะถูกใช้จนหมดเกลี้ยงก่อนถึงวาระสุดท้าย
“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่หลายคนตั้งเป้าหมายไว้ผิดๆ และมาตระหนักถึงความผิดพลาดตอนที่สายเกินไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ หลายคนพยายามที่จะเลื่อนการเกษียณอายุออกไป" นายคุค กล่าว
นายคุค กล่าวว่า ได้พบเห็นจากการสำรวจครั้งนี้ว่า ผู้ที่อยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ คาดหวังจะเกษียณตอนอายุ 58 แต่จังหวะเวลาดังกล่าวต้องเลื่อนออกไปถึง 65 เมื่อเขาเหล่านั้นอายุย่างเข้าสู่ 60 สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อคนเหล่านี้อายุมากขึ้น พวกเขาก็จะตระหนักว่าสามารถดำรงชีวิตได้ยาวนานมากขึ้น
"ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งกลุ่มที่ตั้งใจลงทุนอย่างเต็มที่สำหรับการเกษียณอายุต่างบอกว่าพวกเขาน่าจะเริ่มวางแผนออมเงินเร็วขึ้น หรือออมเงินมากขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น" นายคุค กล่าว
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจครั้งนี้ยังบ่งบอกว่านักลงทุนในตลาดอื่นๆ ทุกตลาดให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการออมเพื่อเกษียณอายุ โดยเกือบสองในสามของนักลงทุนเหล่านี้เชื่อว่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ในวัยเกษียณที่น่าพอใจ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การประมาณการโดยนักลงทุนเองบ่งชี้ถึงช่องว่างส่วนต่างระหว่างเงินออมกับค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณเป็นระยะเวลายาวนานถึง 6 ปี
ผู้ตอบแบบสอบถามของการสำรวจในครั้งนี้คาดหวังว่า ค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณจะตกอยู่ที่ประมาณ 64% ของรายได้ปัจจุบัน แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านั้นมาก
นักลงทุนชาวเอเชียส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ โดยยังคงมองวัยเกษียณว่าเป็นระยะเวลาที่มีอิสระเสรีในการทำอะไรก็ได้ (48%) ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเงินที่หามาได้ (41%) และใช้เวลามากขึ้นกับครอบครัวและเพื่อนฝูง (40%) ส่วนใหญ่จะคิดในแง่ดีต่อวัยเกษียณ ยกเว้นนักลงทุนในประเทศอินโดนิเซีย (40%) และฮ่องกง (34%) ซึ่งมีความวิตกกังวลสูงเกี่ยวกับเรื่องความชราภาพและปัญหาสุขภาพ







