
ปั้นเชียงรายฮับส่งออกยาง
สกย.พร้อมหนุนเกษตรกรรวมกลุ่มกันตั้งโรงงานแปรรูปเพิ่มมูลค่าขายเพื่อนบ้าน
สกย.พร้อมหนุนเกษตรกรรวมกลุ่มกันตั้งโรงงานแปรรูปเพิ่มมูลค่าขายเพื่อนบ้าน
สกย.ดันเชียงราย เป็นศูนย์กลางส่งออกยางพาราภาคเหนือผ่านชายแดนเพื่อนบ้าน
นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า มีแนวคิดที่จะผลักดันให้ จ.เชียงราย เป็นศูนย์กลางยางพาราภาคเหนือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นจุดส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ โดยเฉพาะทางจีนตอนใต้
ปัจจุบันภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกยางทั้งหมดกว่า 1 ล้านไร่ มีผลผลิตประมาณ 2 แสนตัน เป็นเกษตรกรที่ลงทะเบียนกับ สกย. ราว 3.5 แสนไร่ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สวนทางกับราคายางพาราที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง สกย.จึงเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อรวบรวมผลผลิตแปรรูปสำหรับส่งออกโดยไม่เพิ่มจำนวนไร่ยางพาราขึ้นมาอีก สอดคล้องกับแนวคิดที่จะให้ จ.เชียงราย เป็นจุดส่งออกสินค้ายางพาราที่สำคัญไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
“ขณะนี้ตลาดจีนตอนใต้ยังมีความต้องการยางเครป หรือยางก้อนถ้วยที่นำมาแปรรูปด้วยการรีดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรสามารถส่งยางก้อนถ้วยไปขายเพื่อนบ้านได้ ขณะที่ยางแผ่นรมควันปัจจุบันมีโรงงานตั้งอยู่ที่บ้านห้วยซ้อ อ.เชียงของ ติดชายแดนไทยลาว ซึ่งเกษตรกรสามารถรวบรวมผลผลิตเพื่อนำไปแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันได้” นายประสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราไทยต้องปรับตัวอย่างมาก โดยเฉพาะด้านต้นทุนการผลิต เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ยางพาราจะล้นตลาดกว่า 1 ล้านตัน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านสามารถผลิตยางพาราได้เกือบทุกประเทศและต้นทุนต่ำกว่าประเทศไทย เช่น ลาว พม่าและอินโดนีเซีย
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การลดต้นทุนการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือสามารถทำได้ง่าย เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นรายย่อย มีการปลูกประมาณ 20-30 ไร่ต่อราย จึงสามารถทำเองได้โดยไม่ต้องจ้างแรงงานทั้งในและนอกพื้นที่ เนื่องจากต้นทุนของยางพาราส่วนหนึ่งเป็นค่าแรงถึง 40% และ สกย.พร้อมให้การสนับสนุน
ขณะเดียวกัน สกย.ได้ส่งเสริมให้มีศูนย์กลางสินค้าแปรรูปยางพารา ที่ อ.เชียงแสน รวมทั้งผลักดันให้ใช้งบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย จ.เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน จำนวน 60 ล้านบาท ตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราที่บ้านห้วยซ้อ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมยางพารา
สำหรับมูลค่ารวมการค้ายางพาราในพื้นที่ภาคเหนือปี 2556 อยู่ที่ 3.89 หมื่นล้านบาท แยกเป็นการส่งออกมูลค่า 3.43 หมื่นล้านบาท นำเข้า 4,073.62 ล้านบาท เป็นการค้ากับ 3 ประเทศหลัก คือ จีน พม่า และลาว







