
จี้สกัดผลกระทบข้ามแดน
กระทุ้งอาเซียนเน้นโครงการเจ้าปัญหาหวังแก้ต้นเหตุมากกว่าเยียวยา
กระทุ้งอาเซียนเน้นโครงการเจ้าปัญหาหวังแก้ต้นเหตุมากกว่าเยียวยา
เอ็นจีโอแนะอาเซียนเร่งป้องกันโครงการกระทบข้ามพรมแดนชงตั้งประชาคมสิ่งแวดล้อมภูมิภาค
น.ส.เปรมฤดี ดาวเรือง ผู้อำนวยการร่วมโครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง (เทอร์รา) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาอาเซียนมุ่งเน้นทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเฉพาะเรื่องภัยพิบัติ เช่น ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติอื่นๆ แต่ยังไม่ค่อยมีแผนดำเนินการเรื่องการรับมือโครงการที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนเท่าที่ควร เช่น โครงการสร้างเขื่อน โครงการภาคเกษตรกรรม
“นี่คือสิ่งที่อาเซียนต้องทำให้มากขึ้นอย่างเร่งด่วน และต้องให้สิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญของภาคการเมืองด้วย เพราะหลายโครงการที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนขณะนี้มาจากความสัมพันธ์ของรัฐบาลกับประเทศที่ลงทุนสร้างเขื่อน” น.ส.เปรมฤดี กล่าว
ทั้งนี้ โครงการที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน ถือเป็นต้นเหตุหนึ่งของปัญหาสิทธิมนุษยชน เนื่องจากมีการเวนคืน มีมลพิษจากการก่อสร้าง ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ จึงมักจะถูกละเมิดสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ตลอดจนการประกอบอาชีพ
น.ส.เปรมฤดี กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่อาเซียนดำเนินการอยู่นั้น ปัจจุบันยังมุ่งเน้นแต่มาตรการช่วยเหลือและเยียวยา เช่น เมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้นค่อยส่งความช่วยเหลือ อาเซียนควรให้ความสำคัญกับการเตรียมแผนรับมือและป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำมากขึ้น เพราะอาเซียนถือเป็นภูมิภาคหนึ่งที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมาก
“ขณะนี้เวียดนามกลายเป็น 1 ใน 10 ประเทศของโลกที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากปัญหาภาวะโลกร้อน อาเซียนจึงต้องเข้ามาบทบาทเชิงปฏิบัติมากขึ้น” น.ส.เปรมฤดี กล่าว
ปัจจุบัน เทอร์ราและเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมได้ร่วมมือกับเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนของทั้งในระดับประเทศและระดับอาเซียน เพื่อร่วมกันหาแนวทางจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนและคนพื้นที่ โดยวันที่ 2123 มี.ค.นี้ จะเข้าร่วมการประชุมภาคประชาชนและประชาสังคมอาเซียน (ASEAN People’s Forum) ที่ประเทศพม่า และจัดการเวิร์กช็อปด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ผลกระทบจากโครงการในแม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน โครงการทวาย
ที่ผ่านมา ทางเทอร์ราและเครือข่ายเคยรวมตัวเรียกร้องให้มีการจัดตั้งประชาคมสิ่งแวดล้อมอาเซียนขึ้นมาเป็นเสาหลักที่ 4 แยกออกจากประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ เบื้องต้นคาดว่าอาจมีปัญหาเชิงกระบวนการ เนื่องจากโครงสร้างของอาเซียนค่อนข้างซับซ้อน การจะจัดตั้งเสาหลักใหม่ขึ้นมาต้องมีแผนงานการจัดตั้ง (บลูพรินต์) ต้องมีคณะทำงาน อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้นได้ก็จะน่าจะช่วยให้การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นรูปธรรมมากขึ้น







