
กองทันรวมที่ลงทุนในหุ้น (Equity Fund)
ตามที่ได้เคยกล่าวไปแล้วว่ากองทุนรวมนั้นมีหลายประเภท ในครั้งนี้เราจะมากล่าวถึงกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในหุ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกไปได้อีกสองลักษณะ คือ
กองทุนที่ลงทุนในหุ้นแบบเลียนแบบดัชนี (Index Fund) และกองทุนที่ลงทุนในหุ้นแบบมีการจัดการ (Manage Fund) กองทุนทั้งลักษณะมีความเหมือนกันตรงที่ลงทุนในหุ้นเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่กองทุนดัชนีจะลงทุนในหุ้น หรือกลุ่มหุ้นที่เป็นส่วนประกอบหลักของดัชนีอ้างอิงต่างๆ เช่น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี SET50 โดยให้น้ำหนักการลงทุนเท่าๆ กับขนาดหุ้นที่ใช้คำนวณดัชนีนั้นๆ ส่วนกองทุนแบบมีการจัดการจะเป็นการเลือกหุ้นต่างๆ ที่ลงทุน อาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับดัชนี หรืออาจให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากกว่าดัชนี ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของผู้จัดการกองทุนนั้นๆ จะพิจารณา
กองทุนดัชนีนั้นถือเป็นกองทุนเชิงรับ (Passive Fund) นั่นคือการเคลื่อนไหวของราคาหน่วยลงทุนจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามดัชนีที่อ้างอิงนั้นๆ ผู้จัดการกองทุนลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์การลงทุนมากนัก เพียงแต่ซื้อหรือขายหุ้นโดยรักษาระดับน้ำหนักการลงทุนให้ล้อไปกับการเคลื่อนไหวของดัชนีเท่านั้น ข้อดีของกองทุนแบบนี้ คือ ตัดเรื่องความคิดเห็นส่วนตัวของผู้จัดการกองทุนออกไป โปร่งใส ตรวจสอบง่าย และค่าจัดการกองทุนต่ำ ดังนั้นผู้ลงทุนจะเสียค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำกว่ากองทุนแบบมีการจัดการ ซึ่งต้องอาศัยความสามารถในการวิเคราะห์วิจัยและทักษะต่างๆ ในการลงทุนของผู้จัดการกองทุน
กองทุนแบบมีการจัดการจัดเป็นกองทุนเชิงรุก (Active Fund) เป้าประสงค์ของการลงทุนในกองทุนแบบนี้ คือการคัดเลือกหุ้นหรือกลุ่มหุ้นที่น่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีตลาด และเข้าลงทุนในหุ้นนั้นๆ ในน้ำหนักที่ไม่เป็นไปตามที่ใช้ในการคำนวณดัชนี การลงทุนในกองทุนแบบนี้ จำเป็นต้องใช้ผู้จัดการกองทุนที่มีความสามารถ มีทักษะในการบริหารการลงทุนที่เชี่ยวชาญ ค่าธรรมเนียมการจัดการจึงสูงกว่ากองทุนประเภทดัชนี
เมื่อกล่าวถึงการลงทุนเราก็คงต้องพูดคุยกันต่อในเรื่องของผลตอบแทนและความเสี่ยง การลงทุนในหุ้นนั้นจัดเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นทั้งกองทุนดัชนีและกองทุนแบบมีการจัดการ จึงจัดเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน เพียงแต่กองทุนดัชนีนั้นจะมีระดับความผันผวนหรือความเสี่ยงใกล้เคียงกับตลาด ส่วนกองทุนแบบมีการจัดการอาจมีระดับความเสี่ยงที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าตลาดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าในกองที่มีการจัดการนั้นๆ ไปลงทุนในหุ้นของบริษัทอะไร และมีความผันผวนมากน้อยเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมแค่ไหน
ในช่วง 34 ปีที่ผ่านมา มีการรวบรวมข้อมูลกองทุนต่างๆ ออกมา พบว่ากองทุนดัชนีส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนที่มีการจัดการเล็กน้อย แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ออกไปแล้ว ผลตอบแทนจากกองทุนดัชนีให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าประมาณ 23% ต่อมาจึงได้เกิดกองทุนดัชนีมาให้เลือกลงทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนที่ลงทุนในประเทศหรือกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ
สำหรับการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นไทยนั้น มีกองทุนให้เลือกทั้งสองประเภท คือแบบกองทุนดัชนี ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณ 9% (ยังไม่รวมผลตอบแทนจากเงินปันผล ซึ่งน่าจะราวๆ 3%) ส่วนกองทุนแบบมีการจัดการที่มีการดำเนินงานดีๆ และก่อตั้งมากว่า 10 ปี สามารถให้ผลตอบแทนได้เฉลี่ย 16% ต่อปี ซึ่งนับว่าน่าสนใจมากทีเดียว
ไม่ว่าท่านจะสนใจลงทุนในกองทุนแบบไหนก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบผลดำเนินงานย้อนหลัง แนวคิดในการคัดสรรสินทรัพย์ที่ลงทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กองทุนเรียกเก็บ ทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ท่านสามารถเลือกกองทุนที่เหมาะสมได้ในเบื้องต้น ส่วนท่านใดที่ต้องการข้อมูลในเชิงลึกคงต้องหาที่ปรึกษาการลงทุนเป็นพิเศษ
หากมีข้อสงสัยเรื่องการวางแผนการออมและการลงทุน สามารถส่งคำถามมาได้ที่ [email protected]







