
ไฮโดรฯจับมือสุพรีมลุยพม่า
ลุ้นงานประปานิคมมัณฑะเลย์360ล้านหารายได้ต่างประเทศในภาวะการเมืองเสี่ยง
ลุ้นงานประปานิคมมัณฑะเลย์360ล้านหารายได้ต่างประเทศในภาวะการเมืองเสี่ยง
“HYDRO” จับมือ สุพรีม กรุ๊ปลุยลงทุนธุรกิจน้ำประปาพม่า จ่อคว้างานนิคมมัณฑะเลย์ 360 ล้าน
นายสลิบ สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรเท็ค (HYDRO) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่าจะหันออกไปลงทุนในประเทศพม่าอย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งที่เมืองมัณฑะเลย์และย่างกุ้งภายหลังจากที่ได้เข้าไปศึกษาร่วมกับพันธมิตรมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
ตอนนี้ถือว่ามีความคืบหน้ามากคาดว่าประมาณไตรมาส 2 น่าจะได้ข้อสรุป งานโครงการก่อสร้าง รวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียให้กับนิคมอุตสาหกรรมมัณฑะเลย์ รูปแบบการลงทุนและบริหารโครงการ (Build, Operate and Transfer : BOT) งบลงทุนจำนวน 360 ล้านบาท ระยะเวลาสัญญา 30 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาได้อีก 20 ปี
“ถือว่าเราออกไปลงทุนในจังหวะและโอกาสที่ดี เพราะผลจากการตัดสินใจออกไปศึกษาเมื่อ 2 ปีก่อน และมาเห็นผลชัดเจนในปีนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจในบ้านเรายังมีปัญหาสุญญากาศทางการเมือง ดังนั้น บริษัทจึงมีเป้าหมายชัดเจนที่จะไปรุกลงทุนในพม่ามากขึ้น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว
แนวโน้มธุรกิจในประเทศพม่ายังมีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากงานสาธารณูปโภคทั้งประเทศยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ขณะเดียวกันประเทศพม่าอยู่ในช่วงเปิดรับนักลงทุนจากต่างประเทศ ยิ่งทำให้มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก สำหรับการออกไปลงทุนในพม่าครั้งนี้บริษัทจะร่วมทุนกับกลุ่มสุพรีม กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำรายใหญ่ที่สุดของมัณฑะเลย์และเป็นบริษัทที่มีธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่มอีกประมาณ 8 ธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปสัดส่วนการถือหุ้นกันอยู่คาดว่าน่าจะได้ผลสรุปในเร็วๆ นี้
ปัจจุบันกำลังศึกษารูปแบบการร่วมทุน 2 แนวทาง คือ 1.ตั้งบริษัทร่วมทุนถาวรขึ้นมาและแบ่งสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งเบื้องต้นทางพม่าจะถือหุ้นใหญ่ก่อน และ 2.จะร่วมทุนตามโครงการที่ได้รับกันไปเป็นรายโครงการ โดยการร่วมทุนที่จะเกิดขึ้นระหว่าง HYDRO และสุพรีมน่าจะลงตัว เพราะสุพรีมเป็นเบอร์ 1 เรื่องน้ำในพม่า แต่ยังขาดเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทก็จะนำเข้าไปสนับสนุน
“เมื่อรู้สัดส่วนการร่วมทุนและรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ถึงจะรู้ว่าไฮโดรเท็คจะใช้เงินลงทุนเท่าไร และจะใช้แนวทางใดในการระดมเงิน และคาดหวังว่าการออกไปลงทุนที่พม่าครั้งนี้น่าจะได้รับอัตราผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 20%” นายสลิบ กล่าว
ในแต่ละปีบริษัทคาดว่าจะมีมูลค่างานที่ทำร่วมกันประมาณ 100200 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศของบริษัทเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 10% ซึ่งจะเห็นชัดเจนภายในปี 2558
นอกจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการเข้าไปลงทุนที่ย่างกุ้งด้วย เพราะมองว่าเมื่อพม่าเปิดประเทศความต้องการด้านสาธารณูปโภคต่างๆ จะมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก และพม่ามีโอกาสทางธุรกิจมาก เพราะเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่ยังขาดแคลนเทคโนโลยีที่ใช้พัฒนาประเทศ ขณะที่บริษัทมีประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ดีน่าจะช่วยได้ แต่หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในพม่าคือการมีพันธมิตรท้องถิ่น
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า HYDRO มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี บุคลากร เพราะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับน้ำครบวงจรมากว่า 30 ปี และมีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนทางการเงินเมื่อเข้าประมูลงาน
“HYDRO เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ทำให้มีความน่าเชื่อถือและมีข้อได้เปรียบเรื่องการใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย ส่งผลให้ต้นทุนการเงินต่ำกว่าคู่แข่ง” นายสมภพ กล่าว







