
ธปท.กุมขมับคนไทยไม่รู้วิธีคิดดอกเบี้ย
อึ้งผลสำรวจความรู้ทางการเงินของคนไทยต่ำมาก ไม่รู้กระทั่งวิธีคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยทบต้น
อึ้งผลสำรวจความรู้ทางการเงินของคนไทยต่ำมาก ไม่รู้กระทั่งวิธีคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยทบต้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลสำรวจทักษะทางการเงินของประชาชนคนไทยในปี 2556 เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์ และจัดลำดับความสำคัญในการส่งเสริมทักษะทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน และลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในสังคม พบว่าประชาชนคนไทยมีทักษะทางด้านการเงินต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน 14 ประเทศ
ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนคนไทยที่มีช่วงอายุ 1589 ปี ความรู้ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าขึ้นไปมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 7,800-52,000บาท/เดือน มีระดับคะแนนทักษะทางการเงินเฉลี่ยแค่ 12.9 คะแนน คิดเป็น58.5% ของคะแนนเต็ม 22 คะแนนเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของ 14 ประเทศที่ร่วมโครงการสำรวจทักษะทางการเงินกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มีค่าเฉลี่ย 13.7 คะแนน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 62.3% ของคะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ยของคนไทยต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย 14 ประเทศอยู่ 3.8% และมีอันดับการตอบถูกในแต่ละคำถามด้านความรู้ทางการเงินค่อนไปอันดับท้ายๆ ของประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจ
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบคะแนนองค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน จะพบว่าคนไทยยังอยู่ในระดับด้อยสำหรับความรู้ทางการเงิน โดยมีคะแนนเฉลี่ยแค่ 46.8% ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม (8 คะแนน) และมีคนไทยมากกว่า 30% ที่มีคะแนนความรู้ทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ขณะที่คะแนนเฉลี่ยด้านพฤติกรรมทางการเงินและทัศนคติทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี โดยด้านพฤติกรรมทางการเงิน ทำคะแนนได้ถึง 65.6% และทัศนคติทางการเงินทำคะแนนได้ 64.5% ของคะแนนเต็ม
ผลการศึกษายังพบว่ามีคนไทยมากกว่า 30% ที่มีคะแนนความรู้ทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และมีคนไทยประมาณ 40% ที่มีความรู้ทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง โดยบุคคลที่มีระดับการศึกษาและรายได้ที่ต่ำ จะมีคะแนนทักษะทางการเงินต่ำกว่ากลุ่มอื่น
ผลการสำรวจยังระบุว่า เมื่อศึกษาในองค์ประกอบด้านความรู้ทางการเงินจะพบว่า คนไทยยังไม่เข้าใจความรู้ทางการเงินอย่างถ่องแท้ โดยมีคนไทยมากกว่า 50% ตอบไม่ถูกในเรื่องการคำนวณดอกเบี้ยของสินเชื่อ และการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น ไม่เข้าใจนโยบายคุ้มครองเงินฝาก และไม่เข้าใจถึงมูลค่าของเงินตามกาลเวลา
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมทางการเงินของคนไทยส่วนหนึ่งยังปฏิบัติได้ไม่เหมาะสม คือ การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย การเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ และการไม่กู้ยืมหากรายรับไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในระดับภาคและจังหวัดจะพบว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคะแนนทักษะทางการเงินต่ำที่สุด ขณะที่จากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเงินในปัจจุบันมีการแข่งขันการให้บริการทางการเงินอย่างเข้มข้น มีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นแต่ประชาชนที่ใช้บริการทางการเงินอาจได้รับข้อมูล หรือมีความรู้ความเข้าใจไม่เพียงพอที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน







