posttoday
ธปท.แบกความคาดหวังค้ำยันเศรษฐกิจ

ธปท.แบกความคาดหวังค้ำยันเศรษฐกิจ

27 มกราคม 2557

ชลลดา อิงศรีสว่าง

ชลลดา อิงศรีสว่าง

ความถดถอยของเศรษฐกิจที่มีปัญหามาจากความขัดแย้งทางการเมือง จนทำให้รัฐบาลไม่สามารถที่จะใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกแล้ว ก็ทำให้ความคาดหวังเทมาที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้ดำเนินนโยบายการเงิน ว่าจะเป็นเสาหลักค้ำยันเศรษฐกิจได้ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ได้กล่าวถึงแรงกดดันนี้ไว้ในจดหมายจากผู้ว่าการถึงอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. ในวารสารพระสยาม ฉบับเดือน ธ.ค. ว่า โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายซับซ้อน และสาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีความหลากหลายผ่านสื่อประเภทต่างๆ ได้ง่ายและสะดวก ทำให้ความคาดหวังต่อบทบาทของ ธปท.มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ที่สะท้อนออกมาบางครั้งดูเหมือน ธปท. ไม่ให้ความสำคัญกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ หรือละเลยต่อสาธารณชน

“ผมตระหนักดีถึงความคาดหวังของสาธารณชนที่หวังพึ่ง ธปท.มากขึ้น จนบางครั้งอาจเกิดจากการที่คิดว่า ธปท. เป็นองค์กรหลักเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และกำลังทรัพย์จำนวนมาก รวมทั้งมีส่วนร่วมในการแก้ไขให้ประเทศพ้นวิกฤตเสมอมา ความคาดหวังจากสาธารณชนในวันนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของ ธปท.ในสองเรื่อง คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธา กับทำให้ประชาชนไว้วางใจว่า ธปท. ทำงานโดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อสังคมและส่วนรวม” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ

เพราะความคาดหวังที่มากขึ้นและมากขึ้น ทำให้ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน ได้กำหนดค่านิยมร่วม “ยื่นมือ” เป็นภารกิจหลักในการขับเคลื่อนสร้างความร่วมมือกับกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของ ธปท. ซึ่งจะเปรียบเสมือนเป็นบันไดและประตูสู่หอคอยงาช้าง ที่หลายคนมักจะกล่าวว่า ธปท.นั่งทำงานบนหอคอยงาช้าง ไม่ติดดิน แต่การยื่นมือนี้เป็นการเปิดประตูจากหอคอยงาช้างลงมา

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า การยื่นมือให้กับประชาชนโดยอาศัยบทบาทของ ธปท.ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ที่ได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) นอกจากจะช่วยให้ประชาชนที่ใช้บริการสถาบันการเงินไม่ถูกเอาเปรียบ ยังเน้นการสร้างความเข้าใจและทัศนคติด้านเศรษฐกิจที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับประชาชน

นอกจากนี้ การตั้งสำนักงานภาคของ ธปท. ให้กระจายไปทุกภูมิภาคทั้งเหนือ ใต้ และอีสาน ทำหน้าที่สนับสนุนการทำนโยบายของ ธปท. และยื่นมือรับฟังเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง

“ธปท.เป็นสถาบันที่เคยเผชิญกับวิกฤตศรัทธาของประชาชน แต่ที่สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาได้ เพราะยึดมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจมาตั้งแต่อดีต สมัยที่อาจารย์ป๋วยเป็นผู้ว่าการ ธปท. ก็เป็นยุคที่รัฐบาลมีอำนาจมาก แต่ท่านก็ยังสามารถที่จะรักษาอิสรภาพของธนาคารกลาง ซึ่งหัวใจสำคัญคือการประสานงานกับรัฐบาล ในขณะเดียวกันยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อสาธารณชนได้ว่า ธปท.ทำอะไร อย่างไร และเพื่ออะไร” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

แม้ผู้ว่าการ ธปท. จะกล่าวถึงความตั้งใจที่จะเป็นเสาหลักเศรษฐกิจที่พึ่งได้ของ ธปท.ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายว่า ธปท.จะยืนหยัดเป็นเสาหลักแห่งศรัทธาได้อีกนานแค่ไหน เพราะฝ่ายการเมืองพยายามเอื้อมมือเข้ามาแทรกแซงการทำงานผ่านคณะกรรมการ ธปท. เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปตามต้องการ

เรื่องนี้ต้องจับตาดูให้ดี เพราะในปีนี้ ธปท.จะมีคณะกรรมการสำคัญที่หมดวาระคือ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้ทำให้ฝ่ายการเมืองอ่อนแรง การแทรกแซง ธปท. จึงไม่เข้มข้นเหมือนช่วงที่มีอำนาจเต็มที่ นี่จะนับว่าเป็นโชคดีของ ธปท. ที่เสาหลักนี้จะไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือไม่ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่