
นักวิชาการเชื่อวิกฤตกรีซยังไม่กระทบไทยมาก
นักเศรษฐศาสตร์ มองว่า วิกฤตกรีซยังไม่มีผลกระทบทางตรงกับไทย แต่มีผลทางอ้อมต่อการส่งออกและท่องเที่ยวหากคนยุโรปไม่กล้าใช้จ่าย แนะผู้ประกอบการประกันความเสี่ยงค่าเงินและหาตลาดอื่นทดแทน
นักเศรษฐศาสตร์ มองว่า วิกฤตกรีซยังไม่มีผลกระทบทางตรงกับไทย แต่มีผลทางอ้อมต่อการส่งออกและท่องเที่ยวหากคนยุโรปไม่กล้าใช้จ่าย แนะผู้ประกอบการประกันความเสี่ยงค่าเงินและหาตลาดอื่นทดแทน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลกระทบของวิกฤตหนี้ของกรีซที่กระทบกับประเทศไทย ว่า ผลกระทบทางตรงมีไม่มาก เพราะความผูกพันระหว่างเศรษฐกิจไทยและกรีซมีน้อย แต่ผลกระทบทางอ้อมน่าจะมีผลมากกว่า เนื่องจากกรีซมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 28 ของโลก ฉะนั้นหากเศรษฐกิจกรีซมีปัญหาสภาพคล่อง ก็ทำให้เกิดการดึงเงินจากยุโรปเข้ามา แนวโน้มดอกเบี้ยในยุโรปจะสูงขึ้น เป็นปัจจัยทำให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลง และทำให้ยุโรปนำเข้าสินค้าไทยน้อยลง คนยุโรปอาจท่องเที่ยวไทยน้อยลงได้ เพราะคนยุโรปเป็นนักท่องเที่ยวหลักสำคัญของไทย
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมองว่ายังมีผลกระทบไม่มาก เพราะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) รวมทั้งประเทศในสหภาพยุโรป อย่าง เยอรมัน ฝรั่งเศส จะเข้าไปช่วยเหลือกรีซอย่างเต็มที่ ส่วนสหรัฐอเมริกาเองถ้าเห็นว่าเศรษฐกิจกรีซมีปัญหาหนักจนอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก ก็คงจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วย เพื่อทำให้สถานการณ์กรีซไม่รุนแรง ดังนั้นหากสามารถควบคุมดูแลสถานการณ์ของกรีซอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว ผลกระทบที่จมีต่อเศรษฐกิจโลกน้อยมาก โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะเติบโตได้ที่ร้อยละ 4 ขึ้นไป
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง เพราะคนขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ข้อมูลก็ไม่ชัดเจนว่าจะมีความช่วยเหลืออย่างไรและกรีซจะฟื้นตัวเร็วแค่ไหน จึงมีการเทขายเงินยูโรและหุ้นออกมา และหันไปถือทองคำแทน แต่สิ่งสำคัญ คือ สถานการณ์ยังจำกัดอยู่ในกรีซ ยังไม่ลุกลามไปยุโรป จึงคิดว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเพียงความตกใจเท่านั้น ขณะดียวกันค่าเงินยูโรอ่อน จะกลับกลายทำให้คนเห็นว่า การเดินทางไปเที่ยวยุโรป หรือซื้อสินค้ายุโรปถูกลง ซึ่งเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้เศรษฐกิจยุโรปและกรีซจะดีขึ้นในระยะปานกลาง
นายธนวรรธน์ ยังได้แนะผู้ประกอบการไทยว่า แม้ปัญหาจะยังจำกัดในวงแคบ ๆ แต่หลายฝ่ายกังวลว่าปัญหาของกรีซอาจจะลุกลามไปยังประเทศอื่น ๆ อิตาลี ไอร์แลนด์ สเปน โปรตุเกส หรือลุกลามไปทั่วยุโรป จึงถือว่ายังไม่น่าไว้วางใจ ผู้ประกอบการจึงต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และทำประกันความเสี่ยงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและค่าเงินยูโร ส่วนใครที่ทำค้าขายหรือทำธุรกิจกับสหภาพยุโรปโดยตรง เช่น การท่องเที่ยว ต้องพยายามหาตลาดอื่น ๆ ทดแทน เช่น ตลาดเอเชีย ไม่ว่าส่งออกสินค้าหรือท่องเที่ยวคงต้องกระจายหารายได้จากตลาดอื่น ๆ เพื่อทดแทนหากสถานการณ์บานปลาย







