posttoday
เอสเอ็มอีหนีซบเพื่อนบ้าน

เอสเอ็มอีหนีซบเพื่อนบ้าน

23 มกราคม 2557

แห่ตั้งโรงงานแก้ปัญหาค่าแรงขาดคนแนะเลือกทำเลรับสิทธิประโยชน์ภาษี

แห่ตั้งโรงงานแก้ปัญหาค่าแรงขาดคนแนะเลือกทำเลรับสิทธิประโยชน์ภาษี

เอสเอ็มอีแห่ซบเพื่อนบ้านตั้งฐานผลิต แก้ปัญหาขาดคนค่าแรง 300 แนะดูทำเลตอบโจทย์สิทธิประโยชน์

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เค. การ์เมนท์ เปิดเผยว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน มีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ในปี 2557 ธุรกิจที่ใช้แรงงานมากทยอยเลิกขยายกิจการในประเทศ และมองหาลู่ทางลงทุนไปยังเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมติดชายแดนไทยจะได้รับความสนใจมากขึ้น

“ค่าแรง 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ ทำให้การขยายการลงทุนไปต่างจังหวัดในอนาคตลดลง เพราะเมื่อค่าแรงเท่ากันแต่ค่าขนส่งแพงกว่า การลงทุนในไทยจะกระจุกตัวในเมืองหลักที่ใกล้ท่าเรือและการขนส่ง อีกส่วนหนึ่งจะหนีไปเพื่อนบ้าน หากยังหาเสียงด้วยการขึ้นค่าแรงโดยไม่คิดถึงข้อเท็จจริงจะยิ่งผลักทุนไทยไปนอกบ้านมากขึ้น” นายทวีกิจ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ได้นำนักลงทุนจากไทย 170 คนไปดูพื้นที่การลงทุนในนิคมอุตฯ ศรีโสภณ อินดัสทรี ปาร์ค จ.ศรีโสภณ กัมพูชา ซึ่งบริษัทได้เข้าไปพัฒนาร่วมกับนักลงทุนกัมพูชา เพื่อรองรับการลงทุนจากไทยพื้นที่ 350 ไร่ ซึ่งนักลงทุนกว่าครึ่งสนใจที่จะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ บริษัทขนาดใหญ่ 45 บริษัทมีแผนขยายการลงทุน ส่วนรายกลางและย่อมมีความสนใจมาก และนิคมนี้จะรองรับเอสเอ็มอีไทย แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลกัมพูชามีแผนจะขึ้นค่าแรง แต่ก็อยู่ในระดับ 100 บาทต่อวันเท่านั้น ซึ่งยังน้อยกว่าไทยมาก

ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานกรรมการ บริษัท ไฮเทค แอพพาเรล กล่าวว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ได้เริ่มปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ช่วง 2-3 ปีมานี้ มีปัจจัยเพิ่มเติมจากประชาคมอาเซียนและนโยบายค่าแรง 300 บาท เป็นตัวเร่งให้บริษัทไทยออกไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะค่าแรงต่ำกว่า และสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้นำเข้า

นอกจากประเทศเพื่อนบ้านยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทย ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรมองลูกค้าว่าเป็นตลาดไหน เพื่อหาแหล่งผลิตให้ตอบโจทย์กับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

ปัจจุบันมี 25 บริษัทที่ออกไปตั้งโรงงานใน 35 ทำเล โดยหนึ่งบริษัทอาจมีโรงงานในหลายประเทศ เช่น ไฮเทค แอพพาเรล มีโรงงานในลาว เวียดนาม และกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน