posttoday
ต่างชาติรีบโกยกำไรขายหุ้นช้าอดส่วนต่างค่าเงิน

ต่างชาติรีบโกยกำไรขายหุ้นช้าอดส่วนต่างค่าเงิน

07 พฤษภาคม 2553

ต่างชาติชิงขายหุ้นไทยถล่มกว่า 5,000 ล้านบาท กลัวไม่ได้กำไรค่าเงิน หลังบาทอ่อนตามเอเชียและยูโร เหรียญสหรัฐแข็งหุ้นร่วงทั่วโลก ขนเงินไปซื้อทองคำ

ต่างชาติชิงขายหุ้นไทยถล่มกว่า 5,000 ล้านบาท กลัวไม่ได้กำไรค่าเงิน หลังบาทอ่อนตามเอเชียและยูโร เหรียญสหรัฐแข็งหุ้นร่วงทั่วโลก ขนเงินไปซื้อทองคำ

ตลาดหุ้นทรุดแรงทั่วโลกและราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าร่วงลงต่อ และโยกเงินไปลงทุนในทองคำและเงินเหรียญสหรัฐ กดดันให้ค่าเงินในเอเชียและยูโรอ่อนตัวลง ตามความวิตกว่าจะเกิดวิกฤตการเงินในยุโรป หลังประเมินความช่วยเหลือกรีซไม่เพียงพอกับภาระหนี้สินมโหฬาร จนนำไปสู่โดมิโนทั่วยูโรโซน

ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยระหว่างวันร่วงลงไปลึกเฉียด 20 จุด ก่อนกระเตื้องมาปิดที่ 785.25 จุด ลดลง 11.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,045 ล้านบาท

ด้านนักลงทุนต่างชาติขายหนักถึง 5,689 ล้านบาท นับเป็นการขายภายในหนึ่งวันมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนรายย่อยช้อน 4,786 ล้านบาท

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักวิเคราะห์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ต่างชาติขายหุ้นไทยและเอเชีย มาจากปัญหาประเทศกรีซเป็นหลัก แม้ว่าจะมีผลต่อเอเชียไม่มาก แต่ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในค่าเงินยูโร เป็นผลให้เงินสหรัฐแข็งค่าขึ้นและค่าเงินในเอเชียรวมทั้งเงินบาทอ่อนลง กดดันให้ต่างชาติรีบขายหุ้น เพราะเกรงว่ากำไรจากค่าเงินที่เคยได้จะลดลงด้วย

“หากความเชื่อมั่นในค่าเงินยูโรยังต่ำ นักลงทุนต่างชาติก็จะยังคงขายหุ้นทำกำไรต่อไป ทำให้ดัชนีหุ้นไทยรวมทั้งภูมิภาคเอเชียผันผวน ซึ่งเห็นได้จากวันที่ 6 พ.ค. หุ้นอินโดนีเซีย เกาหลี และสิงคโปร์ ลงแรง เพราะเงินจากต่างประเทศเข้าลงทุนในสัดส่วนที่สูง” น.ส.อุสรา กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ ท่าทีของจีนเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยของจีนและการเมืองในประเทศ

นักวิเคราะห์จาก บล.ทิสโก้ กล่าวว่า นักลงทุนต่างประเทศจะชะลอการลงทุน รอดูรัฐบาลใหม่หลังยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ 14 พ.ย. 2553 นี้ และวิกฤตหนี้กรีซลามจะส่งผลให้หุ้นทั่วโลกลงแรงในเดือน พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีแรกตลาดหุ้นเอเชียยังมีเงินทุนไหลเข้ามาตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น ซึ่งคาดว่าจีนจะปรับทั้งอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินหยวน

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในครึ่งปีหลัง คือ จังหวะเวลาในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะขึ้นในไตรมาส 4 ส่วนฝังยุโรปจะชะลอการขึ้นในปีนี้

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) กล่าวถึงเศรษฐกิจยุโรปที่มีปัญหาและบริษัทส่งออกไปยุโรป 20-30% ว่า อาจจะทำให้สินค้าที่ส่งไปขายในยุโรปแพงขึ้นหลังเงินยูโรอ่อนค่าลง และจะทำให้|ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าลงได้ แต่ก็จะส่งผลกระทบน้อยมาก เพราะบริษัทมีตลาดส่งออกที่อื่นชดเชย

“ตลาดญี่ปุ่นถือว่าโตดีมาก โดยบริษัทส่งออกไปญี่ปุ่นสัดส่วน 20% ส่งออกสหรัฐ 15-20% และยังมีตลาดที่อื่นด้วย” นายธีรพงศ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน