
จุดยืนองค์กรต้านคอร์รัปชั่น
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 15 ราย และมีมติให้ไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กรณีทราบข้อเท็จจริงแต่ละเลยไม่ระงับหรือยับยั้งอันอาจเป็นมูลความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่น
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 15 ราย และมีมติให้ไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กรณีทราบข้อเท็จจริงแต่ละเลยไม่ระงับหรือยับยั้งอันอาจเป็นมูลความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่น
ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ ได้แสดงจุดยืน 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เมื่อมีความชัดเจนว่ามีการทุจริตในการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกฯ ผู้กำกับนโยบาย และเป็นประธาน กขช. จะต้องแสดงความรับผิดชอบในกรณีที่อาจจะมีประเด็นละเลยปล่อยให้เกิดการทุจริตขึ้น อีกทั้งต้องรับผิดชอบต่อทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อชาวนาและประเทศ
2.ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ใช้เวลาร่วม 1 ปี ในการไต่สวนกว่าจะแจ้งข้อกล่าวหานายบุญทรงและพวก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ป้องกันความเสียหายอื่นที่อาจเกิดขึ้น จึงขอให้ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการอย่างถูกต้องตรงไปตรงมาโดยไม่ล่าช้าตามกรอบกฎหมายที่กำหนด และต้องไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้ช่องทางกฎหมายประวิงเวลา
3.เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างและบรรทัดฐานของสังคมจะต้องมีการเอาผิดต่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริต และต้องให้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น
4.สำหรับผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวน หากเชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ต้องให้ความร่วมมือ เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาไม่อ้างเหตุเพื่อประวิงเวลาเตะถ่วงกระบวนการยุติธรรม
5.รัฐบาลโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องมีการทบทวนโครงการรับจำนำข้าวเพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้มีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้อีก เพื่อให้ชาวนาและประเทศไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้







