
รับเหมาฯจมลึกรอรัฐบาล
เคทีซีมีโก้ลดเกรดหั่นกำไรปี’5758ชูSTECเด่นITDเจ็บรอโครงการน้ำปี’59
เคทีซีมีโก้ลดเกรดหั่นกำไรปี’5758ชูSTECเด่นITDเจ็บรอโครงการน้ำปี’59
เคที ซีมีโก้ ลดน้ำหนักหุ้นรับเหมาฯ หั่นเป้ากำไรปี 25572558 รอรัฐบาลใหม่งานรัฐไม่ออก STEC เด่นสุด
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เคที ซีมีโก้ วิเคราะห์หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างโดยปรับลดน้ำหนักการลงทุนเหลือเท่ากับตลาดจากเดิมมากกว่าตลาด เนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มนี้มักเคลื่อนไหวตามกระแสข่าวที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านการลงทุนก่อสร้างของภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะล่าช้าไปอีก 6 เดือน เป็นอย่างน้อยในขณะที่กำลังรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
ทั้งนี้ ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายภาครัฐ เช่น บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) ปรับตัวลง 3442% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ไปแล้วในระดับหนึ่ง เพราะราคาซื้อขายที่ 0.51 เท่าของสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) และสัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (พี/บีวี) ในอดีตแล้ว
ราคาที่ปรับตัวลงแรง หลังเกิดเหตุประท้วงทางการเมืองในกรุงเทพฯ จนนำไปสู่การประกาศยุบสภาเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 ส่งผลต่อความไม่แน่นอนของการลงทุนภาครัฐและร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.เคที ซีมีโก้ ได้ปรับสมมติฐานคำสั่งงานใหม่ปี 2557 ลดลง โดยคาดว่าจะไม่มีการใช้จ่ายด้านการลงทุนโครงการใหม่ๆ จากภาครัฐ จากความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น คำสั่งงานใหม่ที่เซ็นสัญญาปี 2557 จะมาจากภาคเอกชนเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าจะต่ำกว่าปี 2556 จากแนวโน้มเศรษฐกิจซบเซา รวมทั้งจากโครงการที่ชนะประมูลแล้วและคาดว่าจะเซ็นสัญญาในไม่ช้านี้
สำหรับปี 2558 คงสมมติฐานการใช้จ่ายภาครัฐในการลงทุนใหม่ๆ มูลค่า 2 แสนล้านบาท เชื่อว่าไม่ว่าพรรคใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล ท้ายสุดแล้วรัฐบาลก็จะต้องลงทุนใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ คำสั่งงานใหม่ในปีหน้า สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างแต่ละรายจะยังคงอิงจากส่วนแบ่งตลาด
สมมติฐานที่เปลี่ยนแปลงไป จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 สำหรับกลุ่มรับเหมาฯ ที่ศึกษาลงราว 538% ซึ่งไม่รวมบริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ที่รายได้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายจากภาครัฐ
สมมติฐานงานใหม่ในปี 2557 จะส่งผลอย่างเป็นนัยต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ซึ่งปรับลดลง 363% โดย ITD ถูกปรับประมาณการลดลงมากกว่าบริษัทอื่นๆ เนื่องจากเลื่อนการรับรู้รายได้จากโครงการบริหารน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เป็นเริ่มรับรู้ในปี 2559 จากเดิมคาดรับรู้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จึงปรับลดมูลค่าลงเป็นระดับเฉลี่ยในอดีตยังเลือก STEC เป็นหุ้นเด่นจากกระแสเงินสดในมือในระดับสูง แนวโน้มผลประกอบการมีความชัดเจน ตลอดจนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมทั้งราคาหุ้น STEC ปรับลดลงสู่ระดับพีอีที่ 15 เท่า ใกล้เคียงกับพีอี 13 เท่า หรือ 1 เท่าของมูลค่าหุ้นทางบัญชี จึงเชื่อว่าราคาหุ้นขณะนี้มีความเสี่ยงขาลงจำกัด
สำหรับแนวโน้มเชิงลบจากความล่าช้าของการใช้จ่ายจากภาครัฐ มีผลต่อมูลค่าหุ้นของบริษัทรับเหมาฯ แต่ปัจจัยลบดังกล่าวน่าจะถูกชดเชยจากความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขเฉลี่ยในอดีต สำหรับ NWR ที่เป็นผู้รับเหมารายเล็ก คาดว่าราคาหุ้นน่าจะซื้อขายต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในอดีต
ด้านราคาหุ้นรับเหมาฯ ยังคงอ่อนตัวลงต่อเนื่อง เช่น CK ลดลง 0.30 บาท ปิดที่ 15 บาท ส่วน STEC ลดลง 0.20 บาท ปิดที่ 14.30 บาท ท่ามกลางการปรับตัวลงของตลาดหุ้นโดยรวม ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,289.99 จุด ติดลบ 5.42 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,526 ล้านบาท







