posttoday
กสิกรไทยคาดกนง.คงดอกเบี้ยเท่าเดิม

กสิกรไทยคาดกนง.คงดอกเบี้ยเท่าเดิม

20 มกราคม 2557

ศูนย์วิจัยฯ มองกนง.เผชิญความท้าทายตัดสินใจดอกเบี้ย คาดประชุมพุธนี้ดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลง รอสถานการณ์ชัดเจน

ศูนย์วิจัยฯ มองกนง.เผชิญความท้าทายตัดสินใจดอกเบี้ย คาดประชุมพุธนี้ดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลง รอสถานการณ์ชัดเจน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์การประชุม กนง. ครั้งแรกในปี 2557 ว่า ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยกดดันต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยนั้น คงต้องยอมรับว่า ปัจจัยการเมืองในประเทศ กลายเป็นประเด็นเฉพาะหน้าที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  โดยแม้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะเพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2556   บนความคาดหวังว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้นน่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระดับหนึ่ง อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีพัฒนาการในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งคงช่วยหนุนแนวโน้มการส่งออกไทยในปีนี้ให้เห็นภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้   แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอน กอปรกับมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นประปราย จึงทำให้การประเมินทิศทางการเมืองไทยในระยะข้างหน้าและผลกระทบที่อาจปรากฏขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ยังทำได้ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นแล้ว การประชุมของ กนง.รอบแรกของปี หรือ ในวันที่ 22 มกราคม 2557 นี้ น่าจะเทน้ำหนักไปที่ปัจจัยดังกล่าวมากขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง

ภายใต้มุมมองที่สถานการณ์การเมืองยากจะคลี่คลาย... ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ กนง. อาจพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อเป็นการจัดการในเชิงรุก (Preemptive Move)

หากปัญหาการเมืองดังกล่าว ได้รับการพิจารณาแล้วพบว่ามีโอกาสพัฒนาไปถึงจุดเสี่ยงต่อเสถียรภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นกว่าเดิมว่า กนง.จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบแรกของปี หรือในวันที่ 22 มกราคม 2557 เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้กับเศรษฐกิจไทย   ท่ามกลางภาวะที่อุณหภูมิทางการเมืองที่ตึงเครียดขึ้น ย่อมมีผลกดดันให้ภาคเอกชนชะลอการตัดสินใจในการบริโภคและการลงทุน  เหตุการเมืองดังกล่าว เมื่อปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่กลไกในการดูแลเศรษฐกิจของภาครัฐสามารถทำหน้าที่ได้อย่างจำกัดจากความล่าช้าของการเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่และภาวะสุญญากาศทางการเมืองแล้ว ก็ยิ่งจะมีผลซ้ำเติมสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่การฟื้นตัวยังไม่แข็งแรงมากนักได้     นอกจากนี้ ด้วยแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล กอปรกับสภาพคล่องในระบบการเงินไทยและเสถียรภาพภายนอกของประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อันเป็นภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทยต่อผลกระทบของการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟดได้ในระดับหนึ่ง ก็คงเปิดโอกาสให้ กนง. สามารถตัดสินใจเลือกที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

จริงอยู่ว่า การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ อาจไม่สามารถเล็งผลเลิศในด้านประสิทธิผลเชิงนโยบาย ตราบใดที่ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายของภาคเอกชนในภาพรวม ยังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ดำเนินต่อเนื่อง แต่การเลือกลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็ถือเป็นแนวทางรับมือกับปัญหาในเชิงรุก (Preemptive Move) ที่มีผลเชิงบวกในทางจิตวิทยา และสะท้อนการดูแลความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยของ กนง.ไปแล้วตั้งแต่เนิ่นๆ

อย่างไรก็ตาม  กนง.อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน เพื่อรอประเมินภาพสถานการณ์และข้อมูลเศรษฐูกิจที่ชัดเจนขึ้น ก่อนตัดสินใจในจังหวะถัดไป
 
แม้ในปัจจุบัน นักวิเคราะห์และความเคลื่อนไหวในตลาดการเงินจะสะท้อนถึงความโน้มเอียงของการคาดการณ์ไปยังโอกาสการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ที่เพิ่มขึ้นในการประชุมรอบนี้ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ กนง.จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ก่อนเช่นกัน เพื่อรอประเมินภาพจากสองส่วนหลักได้แก่ ส่วนแรก เหตุการณ์ทางการเมือง ส่วนที่สอง ข้อมูลเศรษฐกิจในภาคเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกประจำเดือนธันวาคม 2556 และมกราคม 2557 ซึ่งมีกำหนดการรายงานในช่วงปลายเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2557  ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ของ สศช. ซึ่งมีกำหนดการรายงานในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 อันน่าจะทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายในระยะถัดไปมีข้อมูลที่มีความครบถ้วนและสมบูรณ์มากขึ้น 

ทั้งนี้ ถ้าปรากฏว่าตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าวที่ประกาศออกมา แย่ลง หรือสถานการณ์การเมืองทวีความวิกฤตมากขึ้น กนง.ก็สามารถดำเนินนโยบายผ่อนคลายด้วยการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย ไปจนถึงการดำเนินมาตรการเสริมอื่นๆ ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 12 มีนาคม 2557 หรือแม้กระทั่งการประชุมนอกรอบที่เร็วกว่านั้น ตามระดับความเร่งด่วนและรุนแรงของปัญหา ท่ามกลางภาวะที่เครื่องมือด้านนโยบายการเงิน ดูเสมือนจะเป็นความหวังเดียวของทางการไทยในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยเชื่อว่าจะยังเป็นการดำเนินการที่ไม่ช้าเกินไป

กล่าวโดยสรุป คงต้องยอมรับว่ามุมมองต่อการตัดสินใจในเชิงนโยบายการเงินของ กนง.ในรอบนี้มีความก้ำกึ่งกันค่อนข้างมากระหว่างการเลือก “ปรับลด” อัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อสะท้อนการบริหารจัดการผลกระทบจากความเสี่ยงการเมืองต่อเศรษฐกิจไทยในลักษณะเชิงรุก และการเลือก “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อน เพื่อประเมินภาพที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โอกาสที่ กนง.อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อนยังมีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย เนื่องจาก กนง.ยังสามารถรอข้อมูลเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะตัวเลขส่งออก รวมถึงพัฒนาการของเหตุการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้นได้อีกระยะ ก่อนที่จะประกาศท่าทีเชิงนโยบาย ซึ่งถ้าหากพบว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการดูแล  ก็สามารถดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนดการประชุมอย่างเป็นทางการที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มีนาคม 2557 พร้อมกับวางแนวทางรับมือที่จำเป็นเร่งด่วน ซึ่งรวมถึงมาตรการเสริมอื่นๆ นอกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อประกันว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถประคองการเติบโตไว้ได้ตลอดระยะที่เหลือของปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้น ก็ยังไม่น่าจะเป็นการดำเนินการที่ช้าเกินไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน