posttoday
ต่างชาติขยาดการเมืองยืดเยื้อทิ้ง1.3แสนล้าน

ต่างชาติขยาดการเมืองยืดเยื้อทิ้ง1.3แสนล้าน

19 มกราคม 2557

ต่างชาติระบุการเมือง ส่งผลนักลงทุนขายทิ้งเกือบ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตส่อวูบ

ต่างชาติระบุการเมือง ส่งผลนักลงทุนขายทิ้งเกือบ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตส่อวูบ

เว็บไซต์ข่าวอาร์ทีของรัสเซีย เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ที่คำนวณความ เสียหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไทย ซึ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า กำลังส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 นักลงทุนต่างชาติต่างแห่ขายเงินบาทและสินทรัพย์ในตลาดไทยแล้วเกือบ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.312 แสนล้านบาท)

เว็บไซต์ข้างต้นยังได้อ้างข้อมูลจากบลูมเบิร์กที่ระบุว่า ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. ต่างชาติถอนเงินลงทุนจากตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นของไทยแล้ว 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.28 แสนล้านบาท) ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงแล้ว 3.5% ท่ามกลางสถานการณ์ที่เงินลงทุนจากต่างประเทศมีแนวโน้มไหลออกจากภูมิภาคตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย

นายชิเงะฮิสะ ชิโรกิ หัวหน้านักค้าเงินในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่เอเชียจากธนาคารมิซูโฮะ แบงก์ ในกรุงโตเกียว ระบุว่า ตราบใดที่การประท้วงยังคงดำเนินต่อไป ก็ไม่มีเหตุผลที่จะซื้อหุ้นหรือเงินบาทของไทย ยิ่งความวุ่นวายกินเวลายืดเยื้อนานเท่าใด นักลงทุนต่างชาติก็ยิ่งตะขิดตะขวงใจที่จะซื้อสินทรัพย์ของไทยมากขึ้นเท่านั้น

ความเห็นของนายชิโรกิ สอดคล้องกับนักวิเคราะห์ต่างชาติอีกหลายสำนักที่ระบุว่า ความวิตกและไม่แน่ใจของนักลงทุนในการซื้อเงินบาทจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงเดือน ก.พ. ในกรณีที่รัฐบาลไทยสามารถจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วงได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างชาติอีกส่วนหนึ่งกลับเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่สถานการณ์การประท้วงจะสามารถยุติได้ในเร็ววัน และมีความเป็นไปได้สูงที่ไทยจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามกำหนดในวันที่ 2 ก.พ.

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเริ่มชะลอตัวนับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา เห็นได้จากอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไทย จาก 6.5% ในปี 2555 ลงมาอยู่ที่ 2.8% ในปี 2556 ขณะที่ในปี 2557 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไทยจะสามารถเติบโตได้ระหว่าง 3–3.5% แต่การที่ไม่สามารถใช้นโยบายการคลังบริหารประเทศ เนื่องจากไม่มีรัฐบาลคอยกำกับ ทำให้เศรษฐกิจไทยยิ่งมีแนวโน้มชะลอตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคยังมีแนวโน้มเลวร้ายขึ้น เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการ ใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ยิ่งทำให้กระแสทุนต่างชาติไหลเข้าเอเชียและไทยน้อยลงซึ่งปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วมากกว่า 15% โดยค่าเงินบาทเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ม.ค. อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 32.77 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ด้านตลาดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของเศรษฐกิจไทยโดยทำรายได้ราว 7% ของจีดีพีก็ได้รับผลกระทบจากเหตุประท้วงจนน่าวิตกเช่นกัน ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวอย่าง โรงแรม สายการบิน ตลอดจนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีน กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทยต่างหลีกเลี่ยงการเดินทางมาเยือนไทย

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69