posttoday
ก็ไม่รู้สินะ...

ก็ไม่รู้สินะ...

17 มกราคม 2557

ธนาคารโลก ระบุว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.5% มากกว่าปี 2013 ซึ่งอยู่ที่ 3.2% และในปี 2015 จะโตไปอยู่ที่ 5%

ธนาคารโลก ระบุว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.5% มากกว่าปี 2013 ซึ่งอยู่ที่ 3.2% และในปี 2015 จะโตไปอยู่ที่ 5%

นั่นเป็นการประเมินจากสภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจโลก ที่ได้รับการขับเคลื่อนไปโดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐ ที่คาดว่าจะทำให้การส่งออกของประเทศกำลังพัฒนาได้อานิสงส์ไปด้วย ซึ่งได้เรียนไปแล้วในวันก่อนหน้าว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐนั้น เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในของสหรัฐเองเป็นสำคัญ ไม่แน่นอนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะช่วยขับเคลื่อนให้การส่งออกของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายขยับเขยื้อนตามไปได้มากน้อยแค่ไหน

แต่กระนั้น ธนาคารโลกก็ยังไม่วายเตือนว่า แม้ว่าแนวโน้มของประเทศกำลังพัฒนาจะดีขึ้นในปีนี้ แต่กระนั้นก็ยังมีความเสี่ยงจากหลายปัจจัยอยู่ โดยเฉพาะในปีนี้จะเป็นปีที่คาดว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะอยู่ในทิศทางขาขึ้น อันเป็นผลจากการที่ทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่เศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้หลายประเทศจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดึงดูดให้ทุนกลับมา

แน่นอนว่า ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้ประเทศที่มีหนี้มาก มีปัญหาบัญชีเดินสะพัดได้รับผลกระทบทันที เพราะจะมีรายจ่ายจากดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ประเทศไทย ครับ

ธนาคารยังบอกด้วยว่า แม้ว่าจีดีพีของไทยในปีนี้จะดีขึ้น แต่ทว่าสภาพปัญหาทางการเมืองไทย อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่งที่อาจจะทำให้ในท้ายที่สุดแล้วเศรษฐกิจไทยอาจจะไม่ดีอย่างคาด ถ้าหากนักลงทุนไม่ขยับตัว เพราะต้องระวังต่อปัญหาการเมืองที่กำลังรุมเร้าประเทศไทยอยู่ในขณะนี้

ล่าสุด มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดังของโลก ก็ออกโรงเตือนว่า การเมืองไทยมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะต่อความน่าเชื่อถือ

ถ้าหากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลนั้น ซึ่งในขณะนี้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ถ้าหากลุกลามไปมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า ปัญหาการเมืองจะส่งผลกระทบรุนแรงไปถึงพื้นฐานทางเครดิตของประเทศไทย มูดี้ส์ก็จะขยับตัวปรับลดเครดิตของไทยแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นครับ ปัญหาการเมืองไทยยังจะกระทบต่อแผนการใช้จ่ายของภาครัฐต่อโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคทั้งหลายต่อการท่องเที่ยวและต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนั้น อนาคตเศรษฐกิจไทยในวันนี้จึงขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศเป็นสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง

แต่หากจะถามว่า คำว่า “เสถียรภาพ” จะมาถึงเมื่อไหร่ ถ้ามองสถานการณ์ในขณะนี้แล้วก็คงจะได้แต่ทำตาปริบๆ และบอกว่า ... ก็ไม่รู้สินะ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน