
ฮอนด้าเมินโตโยต้าทวงแชมป์
ฮอนด้าขึ้นที่หนึ่ง 2.13 แสนคัน โตโยต้ารุกรายภาคทวงแชมป์คืน
ฮอนด้าขึ้นที่หนึ่ง 2.13 แสนคัน โตโยต้ารุกรายภาคทวงแชมป์คืน
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวถึงตัวเลขยอดขายรถอย่างเป็นทางการปี 2556 ระบุว่า ฮอนด้าสามารถเป็นแชมป์รถยนต์นั่งที่ยอดขาย 213,155 คัน มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งกว่า 30% ต่อเนื่องจากตัวเลข 9 เดือน (ม.ค.ก.ย.) ฮอนด้าขายได้ 176,938 คัน หรือมีส่วนแบ่ง 33% ของตลาดรถยนต์นั่ง
ทั้งนี้ ผลจากปี 2554 ฮอนด้าโดนน้ำท่วมใหญ่ มาปี 2555 กำลังการผลิตโรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ฟื้นขึ้นมาได้ ทำให้รถรุ่นที่โดนอั้นเปิดตัวช่วงนั้น มาระดมเปิดตัวมากในช่วงปี 25552556 มากถึงกว่า 10 รุ่น จากปกติหนึ่งปีจะมีรถใหม่เฉลี่ย 57 รุ่น และจำนวนรถที่ระดมเปิดตัวช่วงนั้น มีรถถึง 6 รุ่นเข้าเงื่อนไขได้สิทธิโครงการรถคันแรกได้คืนภาษี 1 แสนบาทของรัฐบาล จึงทำให้ยอดจองรถคันแรกก่อนสิ้นปี 2555 ส่งผลมาถึงการขายในปี 2556 ที่มีการส่งมอบ ทำให้ยอดขายรวมของบริษัทในปี 2556 ฮอนด้าสามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งได้
นายพิทักษ์ กล่าวว่า ส่วนแผนในการรักษาอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งต่อเนื่อง บริษัทจะแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ปีนี้ประมาณ 10 รุ่น มีแผนขยายศูนย์บริการเพิ่มจาก 172 แห่ง เป็น 200 แห่ง
ด้านนายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวถึงแผนการขึ้นสู่แชมป์ยอดขายรถยนต์นั่งของบริษัทในปี 2557 ภายหลังปี 2556 บริษัทตกเป็นอันดับ 2 ว่า ปีนี้ผลิตภัณฑ์รถยนต์นั่งของบริษัททั้ง ยาริส วีออส อัลติส คัมรี ที่มีความสดใหม่ และนโยบายในการทำการตลาดรายภูมิภาครายจังหวัด แม้กระทั่งการเจาะลึกไปถึงโชว์รูมในฐานะบริษัทแม่จะมีการสนับสนุนทุกด้าน โดยมั่นใจว่าจะสามารถกลับมาเป็นผู้นำในตลาดได้แน่
นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์ “โตโยต้า โคโรลลา อัลติส ใหม่” โดยตั้งเป้าหมายก่อนเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองไว้ที่ 4,000 คันต่อเดือน และยังไม่มีการปรับเป้าหมายแต่อย่างใด พร้อมเตรียมส่งออกในสัดส่วน 42% หรือประมาณ 4 หมื่นคันของกำลังการผลิตรวมไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และสัดส่วน 58% เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย
นอกจากนั้น หากเมื่อเทียบกับปี 2553 ในการเปิดตัวรุ่นดังกล่าว ในสถานการณ์ตลาดรถยนต์รวม 1.43 ล้านคัน มียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 5 หมื่นคันต่อปี ขณะที่การเปิดตัวในปี 2557 ตลาดรถยนต์รวมจะอยู่ในระดับ 1.2 ล้านคัน จึงมองว่าน่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ในระดับดังกล่าว







