
ข่าวย่อยกองทุน
กลต.เล็งปรับเกณฑ์การดำรงเงินกองทุน
กลต.เล็งปรับเกณฑ์การดำรงเงินกองทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ทั้งด้านหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เฉพาะประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน (LBDU) โดยให้การดำรงเงินกองทุนอยู่ในรูปแบบผันแปร (Variable Capital) ตามรายได้หรือค่าใช้จ่ายของการประกอบธุรกิจ
ทั้งนี้ เพื่อให้สะท้อนความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจได้ดีขึ้นกว่าการดำรงเงินกองทุนแบบคงที่ (Flat Rate) ตามข้อกำหนดปัจจุบัน โดย ก.ล.ต.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 02-695-9930 หรือทาง email ที่ [email protected] จนถึงวันที่ 27 ม.ค. 2557
กสิกรแนะลูกค้าพักเงินตราสารหนี้3เดือน
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 1620 ม.ค.2557 บลจ.กสิกรไทย จะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีวี (KFI3MDV) โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.95% ต่อปี พร้อมนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
กองทุนจะเข้าลงทุนในเบื้องต้น ประกอบด้วย เงินฝากของ Garanti Bank, ประเทศตุรกี ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ BBB นอกจากนี้ยังลงทุนในตราสารหนี้ประเทศไทยของธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ประเทศไทย ที่ระดับ A+, AA และ AA ตามลำดับ รวมทั้งยังลงทุนในเงินฝาก PT Bank Danamon Indonesia Tbk, ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Moody’s ที่ Baa3 โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
ด้านสถานการณ์เศรษฐกิจไทย นายนาวินกล่าวว่า จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ปิดที่ 73.4 จุด ซึ่งต่ำสุดในรอบ 24 เดือน ปรับตัวลดลงจาก 75 จุดในเดือนก่อนหน้า และมีการลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งตลาดคาดว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงจากการชุมนุม แต่แนวโน้มที่ยืดเยื้อเนื่องจากยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนทั้งจากแกนนำผู้ชุมนุมและจากฝ่ายรัฐบาล จะเป็นปัจจัยต่อเนื่องที่ฉุดตัวเลขและการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้ให้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 2 – 2.50%
“สำหรับสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปี ปิดที่ 3.42% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.31% ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงมีการเทขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลให้เกิดการชุมนุมอย่างยืดเยื้อ อย่างไรก็ดี สำหรับตราสารหนี้ระยะสั้นกลับมีอัตราผลตอบแทนลดลง โดยพันธบัตรอายุ 1 ปี มีอัตราผลตอบแทนลดลงมาอยู่ที่ 2.25% จาก 2.31% ในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์หน้าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาได้อีก” นายนาวินกล่าว
ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนกับกองทุน KFI3MDV ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000
กสิกรแนะพักเงินตราสารหนี้ 3 เดือน
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 1620 ม.ค. 2557 บลจ.กสิกรไทย จะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีวี (KFI3MDV) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอายุโครงการประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนอยู่ที่ 2.95% ต่อปี
กองทุนจะเข้าไปลงทุนในเบื้องต้นในเงินฝากของ Garanti Bank, ประเทศตุรกี ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ BBB นอกจากนี้ยังลงทุนในตราสารหนี้ประเทศไทยของธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ประเทศไทย ที่ระดับ A+ AA และ AA ตามลำดับ รวมทั้งยังลงทุนในเงินฝาก PT Bank Danamon Indonesia Tbk, ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Moody’s ที่ Baa3 โดยกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
นายนาวิน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทย จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมา ปิดที่ 73.4 จุด ซึ่งต่ำสุดในรอบ 24 เดือน ปรับตัวลดลงจาก 75 จุดในเดือนก่อนหน้า และมีการลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งตลาดคาดว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงจากการชุมนุม แต่แนวโน้มที่ยืดเยื้อเนื่องจากยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนทั้งจากแกนนำผู้ชุมนุมและจากฝ่ายรัฐบาล จะเป็นปัจจัยต่อเนื่องที่ฉุดตัวเลขและการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้ให้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 2 – 2.50%สำหรับสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปี ปิดที่ 3.42% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.31% ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงมีการเทขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลให้เกิดการชุมนุมอย่างยืดเยื้อ
อย่างไรก็ดี สำหรับตราสารหนี้ระยะสั้นกลับมีอัตราผลตอบแทนลดลง โดยพันธบัตรอายุ 1 ปี มีอัตราผลตอบแทนลดลงมาอยู่ที่ 2.25% จาก 2.31% ในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์หน้าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาได้อีก” นายนาวิน กล่าว







