
กระดาษสาจินนาลักษณ์ต่อยอดบุกตลาดโลก
ปัจจุบันโรงงานผลิตกระดาษสา “จินนาลักษณ์” มีผลิตภัณฑ์จากกระดาษสามากกว่า 3,000 รายการ ทำตลาดในช่องทางค้าส่งเป็นหลัก
โดย....ดวงใจ จิตต์มงคล
จากการลองผิดลองถูกด้วยการนำวัสดุต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น อย่างใบไม้ ดอกไม้สด ไปจนถึงขี้เลื่อย ฯลฯ ใส่เข้าไปเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับกระดาษสาสีขาวนวล หรือกระดาษสาที่ย้อมสีทั่วไป รวมถึงนำการออกแบบมามีส่วนร่วมในการผลิต พร้อมกับการสร้างแบรนด์ “จินนาลักษณ์” เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์กระดาษสาไทยให้สามารถทำตลาดส่งออกได้ในหลายประเทศ
ปัจจุบันโรงงานผลิตกระดาษสา “จินนาลักษณ์” มีผลิตภัณฑ์จากกระดาษสามากกว่า 3,000 รายการ ทำตลาดในช่องทางค้าส่งเป็นหลัก และเริ่มทำตลาดค้าปลีกไปเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา และได้แตกแบรนด์ย่อย ภายใต้ชื่อ “วสุวีกระดาษสา บาย จินนาลักษณ์” เพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่ายที่ถนนคนเดินเชียงรายบริเวณสวนโคมตุง ซึ่งได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
จินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จินนาลักษณ์ มัลเบอร์รี่สาเปเปอร์ เล่าว่า กิจการโรงงานจินนาลักษณ์กระดาษสา เริ่มเมื่อปี 2534 โดยเริ่มผลิตกระดาษสาสีขาวส่งไปให้โรงงานผลิตดอกไม้กระดาษสา จากนั้นจึงเกิดความคิดต้องการปรับเปลี่ยนและคิดค้นสินค้ากระดาษสาขึ้นมาใหม่ๆ จากการนำวัสดุทางการเกษตรต่างๆ มาตกแต่งใส่เข้าไปในกระดาษได้โดยไม่ต้องตัดหรือนำกาวติดเหมือนในแหล่งผลิตอื่นๆ ทั่วไป
หลังจากริเริ่มผลิตกระดาษสาในแบบใหม่ๆ ออกมา จินนาลักษณ์ยังให้ความสำคัญด้านการดีไซน์ในรูปแบบเฉพาะตัว เพื่อพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ๆ ที่ใช้วัสดุการผลิตจากกระดาษสาเป็นหลัก อาทิ ของที่ระลึกประเภทต่างๆ หรือการออกแบบโคมไฟ จานรองแก้ว วอลเปเปอร์ เป็นต้น ที่ส่วนหนึ่งคำนึงถึงวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานในปัจจุบัน พร้อมปรับตำแหน่งทางธุรกิจจากผู้ผลิตมาเป็นผู้ทำตลาดด้วย
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา “จินนาลักษณ์” ยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการตลาดเอสเอ็มอีทั้งกระบวนการผลิตและขยายการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวสามารถต่อยอดให้กับผลิตภัณฑ์จินนาลักษณ์กระดาษสาให้มีมูลค่าเพิ่มในรูปแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นด้วย จากปัจจุบันจินนาลักษณ์มีกำลังการผลิตกระดาษสาอยู่ที่ 6 แสนแผ่นต่อปี มีลวดลายกว่าพันแบบ โดยจำหน่ายราคาหน้าโรงงานหรือต้นทุนสินค้ากระดาษสาอยู่ที่ 2530 บาทต่อแผ่น ปัจจุบันบริษัททำตลาดส่งออกราว 70% ในประเทศเกาหลีใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา และอีก 30% ทำตลาดในประเทศ ทั้งรูปแบบรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) และวางจำหน่ายแบบขายปลีกในราคา 50 บาทต่อแผ่น
“กลุ่มเป้าหมายต่างในตลาดประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นดีไซเนอร์ที่นำกระดาษสาไปใช้ร่วมกับงานตกแต่งภายในสถานที่ต่างๆ จากความชื่นชอบทั้งลวดลาย และพื้นผิวของกระดาษสาที่มาจากไทย ซึ่งจินนาลักษณ์กระดาษสามีการพัฒนาลวดลายใหม่ๆ ออกมาเพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น กระดาษสาลายลูกไม้ เป็นต้น” จินนาลักษณ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังได้พัฒนาธุรกิจไปสู่รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติ (เวิร์กช็อป) โปรแกรมท่องเที่ยวรองรับ 4 กลุ่มต่อวัน หรือ 100 กลุ่มต่อเดือน ซึ่งจะอยู่ที่ 1,200 กลุ่มต่อปี โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ามาท่องเที่ยว 6,000 คนต่อปี คิดราคาในการใช้บริการคนละ 299 บาท ซึ่งจะทำให้สถานประกอบการจินนาลักษณ์มีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 1.8 ล้านบาทต่อปี พร้อมกันนี้ จินนาลักษณ์ยังได้วางแผนงานรองรับการเติบโตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ จ.เชียงราย ในอนาคต จากการเปิดเสรีอาเซียนที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาในจังหวัดมาก คาดว่าไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมายัง จ.เชียงราย ประมาณ 2.9 ล้านคนต่อปีอีกด้วย







