posttoday
ขี่กระแสจีนครองโลกไทยยังไม่หลุดเรดาร์

ขี่กระแสจีนครองโลกไทยยังไม่หลุดเรดาร์

14 มกราคม 2557

นับวัน “จีน” ยิ่งทวีความสำคัญในเวทีโลกโดยเฉพาะในแง่ของการออกไปลงทุนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

นับวัน “จีน” ยิ่งทวีความสำคัญในเวทีโลกโดยเฉพาะในแง่ของการออกไปลงทุนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

นักวิเคราะห์มองว่า การลงทุนในต่างประเทศเหล่านี้เป็น 1 ใน 3 โอกาสหลักที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตต่อในช่วงทศวรรษนี้ โดยอีก 2 ปัจจัยที่เป็นโอกาสเหมือนกันคือ การขยายตัวของชุมชนเมือง และภาคบริการ

กูเซิงจู รองประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสภาผู้แทนประชาชนของจีน ชี้ว่า ในอนาคตนอกจากการส่งออกสินค้าแล้ว จีนจะต้องส่งออกเงินลงทุนด้วย หรืออาจเรียกได้ว่า นอกจากมีสินค้าที่ผลิตในจีน (Made in China) แล้ว จะต้องมีสิ่งที่เป็นของจีน (Owned by China) หรือ สร้างโดยจีนด้วย (Created by China)

สอดคล้องกับ กัวเซียะ ประธานที่ปรึกษาสถาบันการลงทุนต่างประเทศของจีน ที่เห็นว่า การลงทุนในต่างประเทศของจีนจะไม่ใช่เรื่องของบริษัทใดบริษัทหนึ่งอีกต่อไป แต่จะต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์สำหรับทั้งประเทศ

แน่นอนว่า รัฐบาลจีนไม่ได้อยู่เฉย โดยล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้ยอมผ่อนปรนกฎระเบียบการลงทุนมากขึ้น โดยระบุว่า จากนี้ไป หากบริษัทใดต้องการลงทุนในต่างประเทศวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งชาติ (เอ็นดีอาร์ซี) โดยมีเงื่อนไขว่าการลงทุนนั้นต้องไม่เกี่ยวกับประเทศหรืออุตสาหกรรมที่อ่อนไหว

ทั้งนี้ ในอดีตจีนมีกฎว่า หากต้องการออกไปลงทุนในต่างประเทศ ในโครงการที่ไม่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ มีวงเงินมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐจะต้องขออนุมัติจากเอ็นดีอาร์ซีระดับรัฐบาลกลางก่อนเสมอ ส่วนการลงทุนในโครงการด้านทรัพยากรธรรมชาตินั้น หากมูลค่าเกิน 300 ล้านเหรียญสหรัฐจะต้องขออนุมัติจากเอ็นดีอาร์ซีระดับรัฐบาลท้องถิ่น

การเปลี่ยนกฎครั้งนี้ นักวิเคราะห์เชื่อว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทจีนออกไปลงทุนต่างแดนมากขึ้น เพราะตอนนี้การลงทุนที่ต้องใช้เงินมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกฎใหม่จะเอื้อประโยชน์ต่อการขยายธุรกิจในสหรัฐและยุโรป ที่มักต้องใช้เงินโครงการละประมาณ 100-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มการลงทุนนั้น กระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุไว้ว่า ยอดการลงทุนในต่างประเทศของจีนในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2556 พุ่งขึ้นถึง 28.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ด้วยมูลค่าสูงถึงประมาณ 8.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่ายอดตลอดปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ 7.72 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนให้เพิ่มขึ้นต่อไป ทางการจีนได้เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการให้คำแนะนำสำหรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมของจีนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงช่วยฝึกอบรมผู้บริหารสำหรับการทำงานข้ามประเทศด้วย

ขณะเดียวกัน จะพยายามทำให้กระบวนการขออนุมัติออกไปลงทุนในต่างประเทศง่ายขึ้น เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนออกไปแสวงหาโอกาสในต่างประเทศ รวมถึงเร่งเจรจาข้อตกลงต่างๆ กับต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อส่งเสริมการลงทุนด้วย

เมื่อมองย้อนไปในช่วง ม.ค.-พ.ย.ของปีที่ผ่านมา การลงทุนในต่างแดนของจีนประมาณ 72% มีเป้าหมายอยู่ที่ปลายทางสำคัญ 7 แห่ง ได้แก่ ฮ่องกง อาเซียน อียู ออสเตรเลีย สหรัฐ รัสเซีย และญี่ปุ่น

หากเจาะลงมาที่ประเทศไทย ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า จีนเป็นกลุ่มทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา แต่ยังคงเป็นการลงทุนโครงการขนาดกลางหรือย่อม ไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่เหมือนกลุ่มทุนญี่ปุ่น

ในปี 2552 จีนมีโครงการที่เข้ามาขอรับส่งเสริมฯ จากบีโอไอ 25 โครงการ เงินลงทุนประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท ลงทุนมากเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น ปี 2553 จำนวน 31 โครงการ เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือสูงสุดเป็นอันดับ 5 ปี 2554 จำนวน 36 โครงการ เงินลงทุนประมาณ 2.85 หมื่นล้านบาท ปี 2555 ลงทุน 1.28 หมื่นล้านบาท และ 11 เดือนแรกของปี 2556 มี 39 โครงการ เงินลงทุนประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท

บีโอไอระบุว่า โครงการที่เข้ามาในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จีนต้องการใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปในประเทศในกลุ่มอาเซียน

ส่วนแนวโน้มในอนาคต อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ คาดว่า ปีนี้นักลงทุนจีนจะเน้นเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เนื่องจากจีนเป็นฐานผลิตรถพวงมาลัยซ้าย แต่ต้องการเปิดตลาดรถพวงมาลัยขวา ซึ่งเห็นว่าไทยเป็นฐานผลิตที่เหมาะสม มีซัพพลายเชนเข้มแข็งกว่าหลายประเทศในอาเซียน นอกจากนี้ ยังสนใจอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลาสติก เกษตร และแปรรูปเกษตร ที่เข้ามาตั้งฐานผลิตเพื่อส่งออกจีนและส่งออกไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม