
โฆษณายังวิกฤตเอเยนซีตบเท้าปรับตัว
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งเช่นเดียวกับเทคโนโลยี ส่งผลให้ธุรกิจโฆษณาต้องเร่งปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว เพราะจากเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง และมีความเชื่อในชิ้นงานโฆษณาลดน้อยลง
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งเช่นเดียวกับเทคโนโลยี ส่งผลให้ธุรกิจโฆษณาต้องเร่งปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว เพราะจากเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง และมีความเชื่อในชิ้นงานโฆษณาลดน้อยลง
แนวโน้มดังกล่าวทำให้การทำงานโฆษณาแต่ละชิ้นต้องมีความเป็นอินเตอร์เกรด หรือมีบูรณาการมากขึ้น เนื่องจากการทำงานโฆษณาเมื่อก่อนอาจจะอาจใช้เพียงช่องทางออฟไลน์อย่างเดียว แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีในโลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ส่งผลให้นักโฆษณาต้องปรับตัวตาม
สันต์ สุวรรณวลัยกร นายกสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก กล่าวว่า การทำงานโฆษณาตอนนี้ลูกค้าต้องการความเข้าใจและความเชื่อจริงๆ ด้วยเหตุนี้ คอนเทนต์ จึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับงานโฆษณาในปัจจุบันนี้ เพราะตอนนี้ต่างประเทศเองก็หันมาให้ความสำคัญกับการใช้คอนเทนต์เช่นกัน
“นอกจากพฤติกรรมและเทคโนโลยีที่นักโฆษณาต้องปรับตัวตามให้ทันแล้ว ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นก็ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพราะอุตสาหกรรมโฆษณาขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้” สันต์ กล่าว
ปัจจัยแวดล้อมทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ลูกค้าใช้เงินน้อยลง ขณะเดียวกันก็มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นและงานที่มีคุณภาพมากขึ้น แนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้นักโฆษณาต้องเข้าใจคอนเทนต์มากขึ้น และขยายช่องทางการเผยแพร่งานโฆษณาที่มีความหลากหลายโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และทีวีดิจิตอลที่กำลังจะเกิดขึ้น
“เมื่อก่อนเราเคยอาจจะเคยทำหนังโฆษณา 1 เรื่องภายใต้งบ 3.3 ล้านบาท แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปลูกค้าลดงบโฆษณาลงส่งผลให้โฆษณาบางเรื่องเหลืองบทำเพียง 1.5-2.5 ล้านบาท ซึ่งงบหายไปเกือบครึ่ง แต่สิ่งที่ไม่ลดหายไปและกลับเพิ่มขึ้นคือ ผลงานและคุณภาพ” สันต์ กล่าว
สิ่งที่ถาโถมคนวงการโฆษณาเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ปัจจัย คือ การขาดแคลนบุคลากร สันต์ เล่าต่อว่า การที่คนโฆษณาหันไปเปิดบริษัทขนาดเล็กของตัวเอง เพื่อทำเอเยนซีประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) มากขึ้น ทำให้หลายเอเยนต์โฆษณาเริ่มหันมาสร้างโรงเรียน หรือสนับสนุนมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อผลิตบุคลากรมาป้อนหน่วยงานของตัวเอง
“สาเหตุที่บุคลากรส่วนหนึ่งออกจากวงการโฆษณาเพื่อไปเปิดบริษัทของตัวเอง ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเสน่ห์ของวางการโฆษณาลดลง เพราะบุคลากรส่วนหนึ่งหันไปทำหนังสั้น หันไปกำกับหนัง และทำพีอาร์ เพราะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และไม่ถูกกดดันจากผู้บังคับบัญชา” สันต์ กล่าว
ปัญหาแวดล้อมที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจทำให้ปี 2557 นี้เป็นอีกปีที่ยังต้องลุ้นว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาจะปิดตัวเลขเมื่อสิ้นปีที่เท่าใด แต่จากการปรับตัวของบรรดาเอเยนซีโฆษณาที่พยายามให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันคงน่าจะพอช่วยประคับประคองให้อุตสาหกรรมโฆษณาเติบโตได้เป็นที่น่าพอใจ







