posttoday
ครึ่งปีแรกหุ้น1,100-1,300

ครึ่งปีแรกหุ้น1,100-1,300

07 มกราคม 2557

บลจ.ธนชาตมองการเมืองไม่จบง่ายเปิดแผนปีนี้ตั้งเป้าสินทรัพย์เติบโต10%

บลจ.ธนชาตมองการเมืองไม่จบง่ายเปิดแผนปีนี้ตั้งเป้าสินทรัพย์เติบโต10%

บลจ.ธนชาตมองหุ้นครึ่ง ปีแรก 1,100-1,300 จุด การเมืองไร้ทางออก แนะกระจายลงทุนนอก

นายตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศประเมินได้ยากว่าจะเป็นอย่างไร และไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ ปัญหาก็ยังไม่จบ ทำให้การลงทุนยังมีความเสี่ยง โดยมองแนวโน้มดัชนี 6 เดือนแรกของปี 2557 อยู่ที่ 1,100-1,300 จุด

นอกจากนี้ มองว่าช่วงครึ่งปีแรก นักลงทุนต่างชาติคงยังไม่กลับเข้ามาซื้อ หุ้นไทยมากนัก อาจมีเพียงนักลงทุนบางกลุ่มที่เข้ามาเลือกซื้อหุ้นรายตัวมากกว่า เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวและคาดว่าจะเติบโตน้อยกว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ ขณะที่ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วเศรษฐกิจเติบโตดีและราคาหุ้นยังถูก อีกทั้งมองว่าครึ่งปีแรกมีโอกาสที่ดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลง 0.25%

“กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้จะเน้นหุ้นประเภทปลอดภัย ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจไม่ได้พึ่งพิงรายได้จากภาครัฐ มีกระแสเงินสดและจ่ายเงินปันผลสูงสม่ำเสมอในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งธีมการลงทุนนี้เหมาะกับสภาวะตลาดแบบนี้” นายตระกูลจิตร กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การบริหารพอร์ตกองทุนหุ้นของบริษัทจะลงทุนผสม เน้นทั้งหุ้นปันผลและหุ้นเติบโต โดยปัจจุบันพอร์ตกองทุนหุ้นได้ถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 10-15% มาตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่สถานการณ์การเมืองไม่ค่อยดีแล้ว

เช่นเดียวกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่นักลงทุนถือครบ 5 ปี ก็ไม่ได้นำออกมาขายมากนักในช่วงสัปดาห์ก่อน ซึ่งกองทุนมีเงินสดเข้ามาซื้อช่วงปลายปีรองรับการไถ่ถอนแล้ว

อย่างไรก็ตาม มองว่าในช่วง 1-2 ปีนี้ต้องเน้นเลือกหุ้นรายตัวมากกว่าดูทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้แนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนแต่ในประเทศ ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต กล่าวว่า แผนงานในปี 2557 บริษัทตั้งเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) เติบโตประมาณ 10% หรือมีเอยูเอ็มแตะ 1.5 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2556 เอยูเอ็มอยู่ที่ 1.34 แสนล้านบาท

“ปีที่ผ่านมาเราเติบโต 11% จากปี 2555 เอยูเอ็มอยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท โดยกองทุนส่วนบุคคลเติบโต 91% จาก 9,600 ล้านบาท เป็น 1.8 หมื่นล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพโต 6% จาก 9,900 ล้านบาท เป็น 1.05 หมื่นล้านบาท และกองทุนรวมโต 3% จาก 1.02 แสนล้านบาท เป็น 1.05 แสนล้านบาท” นายบุญชัย กล่าว

สำหรับแผนการออกกองทุนใหม่ คาดว่าในช่วง 12 เดือนนี้จะออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ลงทุนในหุ้นสหรัฐและลงทุนหุ้นยุโรป และหากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 1,200 จุด ก็จะออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์เข้าไปลงทุนเช่นกัน

“หุ้นตอนนี้ถือว่าถูกมาก หากนักลงทุนสามารถถือลงทุนข้ามปีได้ก็อาจเลือกซื้อรายตัว ซึ่งราคาลงมากเกินจริง และหากการเมืองมีพัฒนาการที่ดี ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจา หุ้นก็พร้อมที่จะเด้งขึ้นแรงกลับไปยืน 1,500 จุดได้” นายบุญชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย