posttoday
อุณหภูมิการเมืองร้อนกองทุนไม่รีบซื้อ"หุ้น"

อุณหภูมิการเมืองร้อนกองทุนไม่รีบซื้อ"หุ้น"

06 มกราคม 2557

ตลาดหุ้นถูกกระหน่ำขายตั้งแต่วันแรกของปี 2557 จากความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งวันที่ 13 ม.ค.นี้ กลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศ “ปิดกรุง” ขณะที่อีกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศ “เปิดประเทศไทย” ยิ่งทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้น นักลงทุนกังวลว่าจะมีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและไม่รู้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน จึงเทขายหุ้นอย่างหนัก

ตลาดหุ้นถูกกระหน่ำขายตั้งแต่วันแรกของปี 2557 จากความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งวันที่ 13 ม.ค.นี้ กลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศ “ปิดกรุง” ขณะที่อีกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศ “เปิดประเทศไทย” ยิ่งทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้น นักลงทุนกังวลว่าจะมีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและไม่รู้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน จึงเทขายหุ้นอย่างหนัก

ดัชนีปิดตลาดวันแรกทรุดหนัก ทำสถิติต่ำสุด ในรอบ 16 เดือน ดัชนีปิดที่ 1,230.77 จุด ลดลง68 จุด และวันถัดมา 3 ม.ค. แม้จะดีดตัวขึ้นได้ก็ต้านแรงขายไม่ไหว ร่วงอีก 6.15 จุด มาปิดที่ 1,224.62 จุด รวม 2 วัน ลดลง 5.70% ในขณะที่มุมมองของผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าหุ้นยังมี “ความเสี่ยง” ที่จะปรับลง แนวรับที่ 1,150 จุด และแนะนำให้รอดูสถานการณ์

ประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้คาดการณ์ได้ยากว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งวันนี้ยังไม่เห็นทางออก จึงต้องติดตามสถานการณ์ไปก่อนและยังไม่รีบที่จะเข้าซื้อหุ้น เพราะตลาดยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งบางคนกลัวว่าตลาดหุ้นจะลงไปถึง 1,100 จุด

“บรรยากาศการลงทุนไม่มีแรงซื้อ มีแต่คนขายออกมาจากความกลัว จึงทำให้หุ้นลงเร็วและแรงในวันที่ 2 ม.ค. ซึ่งเรายังไม่ได้ทำอะไรกับพอร์ตโดยรวมมากนัก เพราะยังมีเงินสดที่เข้ามาซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในช่วงปลายปีเข้ามา เพื่อรอซื้อหุ้นและรองรับการขายของผู้ถือหน่วยลงทุน” ประเสริฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากเห็นว่าหุ้นตัวไหนถูกมากๆ และพื้นฐานไม่เปลี่ยนก็น่าสนใจ แต่ก็คงต้องดูภาพรวมอีกที โดยขณะนี้ยังคงเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ระดับ 1,520 จุด เพราะหากสถานการณ์คลี่คลายตลาดก็น่าจะดีขึ้น และหากปัญหาจบได้เร็ว หุ้นก็เด้งได้เร็ว

สาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาหุ้น ค่อนข้างถูก แต่อยู่บนความเสี่ยงที่สูงจากการเมือง ซึ่งไม่รู้จุดต่ำสุดอยู่ตรงไหน หากนักลงทุนรอได้แนะนำให้รอก่อน เพราะหุ้นอาจลงได้อีก โดยมองแนวรับ 1,150-1,200 จุด

สำหรับเป้าหมายดัชนีหุ้นในปีนี้จากเดิมมองไว้ที่ 1,620 จุด คงต้องรอดูสถานการณ์ว่าจะยืดเยื้อและกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรบริษัท จดทะเบียนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งปีนี้อาจเหนื่อยและคงต้องหวังการส่งออกที่เป็นปัจจัยหลักผลักดันเศรษฐกิจในปีนี้ เนื่องจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนคงยังไม่เกิดในไตรมาสแรก ส่วนการท่องเที่ยวก็น่าจะชะลอตัวลงและจะกลับมาปกติก็ไตรมาส 2

“ประสบการณ์จากอดีต ทุกครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมือง หุ้นก็จะปรับฐานลงมา แต่ก็เป็นโอกาสในการซื้อของถูก ส่วนจะซื้อเมื่อไรขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคน” สาห์รัช กล่าว

สำหรับ บลจ.ทิสโก้ ก็มีนักลงทุนเข้ามาซื้อกองทุน LTF บ้างแล้ว ซึ่งหุ้นไทยตอนนี้ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์) และถูกกว่าหุ้นในเอเชีย แต่มีความเสี่ยงจากการเมือง หากนักลงทุนสามารถลงทุนได้มากกว่า 1 ปี ก็น่าจะเริ่มทยอยเลือกซื้อหุ้นได้ เช่นเดียวกับกองทุน LTF น่าจะค่อยๆ ซื้อ

หุ้นที่น่าสนใจในปีนี้ยังเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งบริษัทที่มีรายได้อิงจากต่างประเทศได้ประโยชน์ รวมถึงหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวลงยิ่งทำให้หุ้นหลายตัวที่จ่ายเงินปันผลดีๆ น่าสนใจมากขึ้น

ทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันในประเทศ เป็นผู้ขายหุ้นสุทธิสูงสุดในช่วง 2 วันแรกของปีนี้ มูลค่ารวม 4,609.80 ล้านบาท ตามด้วยพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 2,631.83 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยในประเทศซื้อสุทธิ 6,646.24 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 595.39 ล้านบาท

วีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ช่วงปลายปีที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันในประเทศ น่าจะมองสถานการณ์การเมืองไปทางเดียวกันอยู่แล้วว่ายังไม่มีทางออกที่ชัดเจนและโอกาสที่หุ้นจะลงมีสูง ดังนั้น เชื่อว่าเงินที่เข้ามาลงทุนในกองทุนช่วงปลายปีก่อน ผู้จัดการกองทุนจะถือเงินสดเก็บไว้ เพื่อรองรับการขายกองทุน LTF จากนักลงทุนออกมา ซึ่งนักลงทุนที่ถือกองทุนครบ 5 ปี มีกำไร 26% และได้สิทธิภาษีไปแล้วก็อาจขายออกก่อน

อย่างไรก็ตาม สัญญาณทางเทคนิคอาจเห็นดัชนี 1,150 จุด จากระดับดัชนีตอนนี้ยังมีส่วนต่างเกือบ 100 จุด คงต้องดูพัฒนาการของการเมืองว่าจะมีทิศทางดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป้าหมายดัชนีปีนี้ยังมองไว้ที่ 1,550 จุด แม้การเมืองอาจทำให้ตลาดหุ้นผันผวนระหว่างทาง

สุชัย สุตภาคย์ ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ. แอสเซท พลัส กล่าวว่า แม้ดัชนีจะดีดกลับขึ้นมา แต่มองว่าเป็นเพียงระยะสั้น เพราะการเมืองยังไม่ชัด จึงไม่รีบเข้าซื้อแม้ราคาหุ้นจะถูกแล้ว แต่อาจมีถูกลงอีกและตอนนี้กองทุนถือเงินสดประมาณ 510% ของพอร์ต

“ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ย.2556 หุ้นในกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์) วิ่งไปทางเดียวกัน แต่พอเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา การเมืองไทยเริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้หุ้นไทยปรับตัวลดลงจากกลุ่มค่อนข้างมากแล้ว”นายสุชัย กล่าว

การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ยังคงต้องดูว่าซื้อต่อเนื่องหรือไม่ เพราะจะสะท้อนแรงขายของต่างชาติว่าอาจเบาบางลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่มีทางออก แต่มุมมองของ บลจ.มองว่าหากการเมืองมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือแค่ทั้งสองฝ่าย (รัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม) มีการเจรจากันเกิดขึ้น ก็น่าจะทำให้ตลาดคลายกังวลลงบ้างและอาจทำให้หุ้นเด้งขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่