
"ไลอ้อน"ชูนวัฒตกรรม 3 ด้านฝ่ามรสุมม้าผยศ
สินค้าอุปโภคบริโภคปีม้ายังต้องผจญกับความ ท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงกำลังการซื้อผู้บริโภคไม่ค่อยสู้ดีนักเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน บนโจทย์ดังกล่าว ยักษ์คอนซูเมอร์ไทยญี่ปุ่น อย่างบริษัท ไลอ้อน ในเครือสหพัฒน์ ได้เลือกใช้แผนพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสู้กับปัจจัยลบรุมเร้าของปี 2557 ทำไมยักษ์ไลอ้อนถึงเลือกกลยุทธ์นี้
สินค้าอุปโภคบริโภคปีม้ายังต้องผจญกับความ ท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงกำลังการซื้อผู้บริโภคไม่ค่อยสู้ดีนักเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน บนโจทย์ดังกล่าว ยักษ์คอนซูเมอร์ไทยญี่ปุ่น อย่างบริษัท ไลอ้อน ในเครือสหพัฒน์ ได้เลือกใช้แผนพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสู้กับปัจจัยลบรุมเร้าของปี 2557 ทำไมยักษ์ไลอ้อนถึงเลือกกลยุทธ์นี้
บุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจปีม้ามอง ไม่เห็นปัจจัยบวกผลักดันให้เศรษฐกิจไทยมีความรุ่งโรจน์ ตลาดต่างประเทศก็ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะอเมริกาก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนเศรษฐกิจยุโรปไม่เห็นภาพชัดเจนว่าฟื้นตัว ย่อมกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย อีกทั้งอัตราการบริโภคครัวเรือนภายในประเทศไม่ได้มีอัตราการเติบโต
นโยบายการขับเคลื่อนธุรกิจของไลอ้อนในปีม้าพยศ บริษัทจะโฟกัสการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ที่มีคุณภาพภายใต้การยึดหลักเกณฑ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.ตามแนวโน้มกลุ่มผู้บริโภคของประเทศไทยที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มชนชั้นกลางที่มีพฤติกรรมยกระดับการใช้สินค้าจากระดับแมสสู่แมสทีจ และกลุ่มผู้สูงอายุ โดยสินค้าต้องตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะเจาะจง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มยิ่งขึ้น
2.ผลิตภัณฑ์จะต้องมีประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยลดปริมาณสารเคมีหรือวัตถุดิบที่สร้างผลกระทบต่อสังคม และ 3.ผลิตภัณฑ์ต้องช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้บริโภค ดีต่อสุขภาพ สอดคล้องกับกระแสสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปี มากกว่าจะทำโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ซึ่งตลาดอุปโภคบริโภคเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการแข่งขันโปรโมชั่นอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นแป้งเด็ก ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม แชมพู สบู่ และยาสีฟัน โดยปีนี้วางงบการตลาดมากกว่า 1,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์บนเว็บไซต์ www.lionshop online.com เพื่อรองรับกับพฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าจากทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในอนาคต
“ปีนี้ไลอ้อนไม่มีแผนลงทุนขยายธุรกิจหรือสร้างโรงงานใหม่ เพราะเป็นปีที่ต้องเผชิญกับปัจจัยลบ ความวุ่นวายทางการเมือง ต้นทุนการผลิตสินค้าที่อาจจะปรับเพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทที่ผกผัน หรือกระทั่งการเกิดวัตถุดิบขาดแคลน การขึ้นราคาก็ทำได้ยาก เพราะการแข่งขันสูงและสภาพตลาดไม่เอื้อ เราจึงกลับมาเน้นการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพแทน” บุญฤทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น 10% และไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ วิธีการขึ้นราคาสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณและขนาดให้เล็กลง การออกสินค้าใหม่ไปเลย เพื่อทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกว่าต้องจ่ายแพงขึ้น หรือหากไม่ปรับราคาขึ้น อาจจะลดการทำโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถมลง เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ได้กำไรน้อย
แนวโน้มตลาดอุปโภคบริโภคปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพียงแค่ 5% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา จากปกติสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน มักจะไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากนัก แต่เมื่อปีที่ผ่านมาสะท้อนชัดเจนว่าตลาดได้รับผลกระทบ และภาวะนี้จะเกิดขึ้นในปีนี้ไม่ได้มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังชะลอตัวลง
ปัจจุบันไลอ้อนมีสินค้าที่โดดเด่นหลากหลายแบรนด์ และติดอันดับท็อปทรีในตลาด อาทิ ยาสีฟันซอลส์ ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโคโดโม ดังนั้นแม้ว่าปีนี้จะมีปัจจัยลบรอบด้าน ไลอ้อนตั้งเป้ารายได้มีอัตราการเติบโต 10% จากในปีที่ผ่านมารายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโตไม่ถึง 10% พลาดเป้าหมาย
ปีแห่งม้าพยศนี้ ไลอ้อนย้ำว่าขอเป็นเพียงแค่การรักษาการเติบโตก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งยังมองถึงการเติบโตตลาดอาเซียนมากกว่า เพื่อสร้างรายได้ทดแทนกับตลาดในประเทศที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ต้องจับตาไลอ้อน ค่ายสินค้าอุปโภคบริโภคลูกผสมไทยญี่ปุ่น จะฝ่ามรสุมปีนี้ได้หรือไม่ พร้อมกับรับมือกับคู่แข่งทั้งจากยูนิลีเวอร์ พีแอนด์จี ที่ขนนวัตกรรมใหม่ๆ ช่วงชิงกำลังซื้อผู้บริโภคที่มีอันน้อยนิด







