
เร่งปฏิรูป 5 ด้านก่อนไทยรั้งท้ายอาเซียน
ในภาวะที่หลายฝ่ายกำลังพูดถึงเรื่อง “ปฏิรูปการเมือง” เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและถูกทิศทาง
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ในภาวะที่หลายฝ่ายกำลังพูดถึงเรื่อง “ปฏิรูปการเมือง” เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและถูกทิศทาง แต่การปฏิรูปการเมืองเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศให้พร้อมรับมือประชาคมอาเซียน
ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วิเคราะห์ว่า จากการจัดอันดับด้านต่างๆ ทั้งในระดับอาเซียนและในระดับโลก จะเห็นได้ว่าอันดับของไทยตกลงอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และน่าเป็นห่วงว่าอาจจะลดลงไปอีก หากไม่มีแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
“ตอนก่อตั้งอาเซียนใหม่ๆ เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ช่วงนั้นก็แทบจะพูดได้เลยว่าไทยเป็นผู้นำอาเซียน แต่มาถึงตอนนี้ภาพรวมหลายๆ ด้านของเรากลายเป็นที่ 4 ไปแล้ว รองจากสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย”
เรื่องหนึ่งที่แย่ลงอย่างชัดเจน คือคุณภาพชีวิตของคนไทย หากวิเคราะห์จากดัชนีการพัฒนามนุษย์ (เอชดีไอ) ในช่วง 20 ปี เปรียบเทียบระหว่างปี 2536 กับปี 2555 จะพบว่าอันดับของไทยตกลงจากที่ 50 กว่า มาสู่ที่ 100 กว่า หรือร่วงลงเป็นเท่าตัว
ขณะที่เรากำลัง “สาละวน” กับปัญหาการเมือง สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ มี 2 ประเทศที่กำลัง “ไล่บี้” เราอยู่คือ อินโดนีเซียและเวียดนาม เมื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเฉลี่ยต่อหัวในช่วงหลายปีมานี้ พบว่าทั้งสองประเทศขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หากไม่วางวิสัยทัศน์ใหม่ ไม่ปฏิรูปด้านที่ยังมีปัญหา ไทยอาจร่วงลงจากที่ 4 สู่ 5 ไป 6 และตกลงต่อเนื่อง
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาไทยไม่ได้ถึงกับแย่ลง แต่ปัญหาคือ “ย่ำอยู่กับที่” ขณะที่คนอื่นมีวิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้า” และสามารถเดินหน้าไปได้จริง จึงต้องมีการปฏิรูป พร้อมการวางวิสัยทัศน์ใหม่ ไม่ให้ไทยอยู่ในสถานะตกต่ำ แต่อยู่ในสถานะและอันดับที่ “เคยอยู่”
สำหรับเรื่องที่ต้องเร่งปฏิรูปมีไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง 1.การเมือง เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปอยู่แล้ว เพราะปัญหาการเมืองไทยวนไปวนมาเป็นวงจร จนทำให้ไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 2.เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอาเซียน 3.สังคมและค่านิยม มีค่านิยมบางอย่างที่ทำให้ไทยมีปัญหา เช่น โกงได้ไม่เป็นไร ค่านิยมเหล่านี้ทำให้สังคมไทยเสียหาย นำไปสู่การคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร
4.การศึกษา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กำลังตกต่ำลง ระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว คนไทยไม่มีคุณภาพ และ 5.ระบบราชการ จากที่ควรจะเป็น “หัวหอก” ในการนำพาประเทศ ตอนนี้ระบบราชการกลับกลายเป็นตัวฉุด นำไปสู่การทำงานแบบเฉื่อยชา เช้าชามเย็นชาม
ขณะที่การวางวิสัยทัศน์ใหม่นั้น ภาครัฐต้องเพิ่มยุทธศาสตร์ให้รอบด้าน ซึ่งยุทธศาสตร์ประเทศด้านอาเซียน 8 ข้อที่ออกมานั้น เป็นเพียงยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมประเทศ เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาที่มีโดยไม่ต่างจากปกติมากนัก สิ่งที่ควรทำเพิ่มเติมคือ มียุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงบทบาทของไทยในเวทีประชาคมอาเซียนทั้งสามเสาหลัก ทั้งการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม
“ยุทธศาสตร์เดิมเรื่องเตรียมความพร้อมก็ต้องระบุให้ชัดว่าจะเตรียมอย่างไร เตรียมอะไรบ้าง เช่น ทักษะของคน ทัศนคติของคน การปรับตัว การทำงานเป็นทีม ทุกอย่างต้องคิดแบบบูรณาการ”
ขณะที่ จินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มองว่า ประเด็นสำคัญของการพัฒนาไทยให้พร้อมสู่อาเซียนนั้น ไม่ได้อยู่ที่การปรับปรุงยุทธศาสตร์ประเทศ แต่อยู่ที่หน่วยงานภาครัฐจะนำยุทธศาสตร์ที่มีไปต่อยอดเข้ากับตัวเองให้เกิดประโยชน์และเกิดการบูรณาการได้อย่างไร
“จริงๆ เราก็มีหลายหน่วยงานที่ปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำงาน ปรับยุทธศาสตร์ของตัวเองไปแล้ว เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ที่เดิมเน้นตั้งรับ วันนี้บีโอไอหันมาทำงานเชิงรุกมากขึ้น เน้นส่งเสริมให้เอกชนไทยไปลงทุนนอกบ้าน”
ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไทยได้ทำงานเชิงรุกในการช่วยเหลือประเทศอื่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วย เช่น ให้ลาวเข้ามาดูงานพัฒนาทักษะฝีมือ ยุทธศาสตร์จึงสามารถต่อยอดได้ ไม่ได้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยเพียงอย่างเดียว







