posttoday
มุมมองการลงทุนในปี 2014 (ตอนจบ)

มุมมองการลงทุนในปี 2014 (ตอนจบ)

26 ธันวาคม 2556

1. การชะลอมาตรการ QE ของสหรัฐฯ อาจสร้างความกังวลต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาว เราเชื่อว่าหลังจากที่ Fed มีความชัดเจนในการชะลอและยกเลิก QE ในที่สุด ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดตราสารหนี้มาลงทุนในหุ้น (Great Rotation) เพื่อลดผลขาดทุนในส่วนของตราสารหนี้จากการปรับตัวขึ้นของ yield นอกจากนั้น การเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ Fed ยังช่วยสร้างความมั่นใจต่อตลาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯนั้นแข็งแกร่งเพียงพอ จนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบพิเศษนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

1. การชะลอมาตรการ QE ของสหรัฐฯ อาจสร้างความกังวลต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาว เราเชื่อว่าหลังจากที่ Fed มีความชัดเจนในการชะลอและยกเลิก QE ในที่สุด ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดตราสารหนี้มาลงทุนในหุ้น (Great Rotation) เพื่อลดผลขาดทุนในส่วนของตราสารหนี้จากการปรับตัวขึ้นของ yield นอกจากนั้น การเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ Fed ยังช่วยสร้างความมั่นใจต่อตลาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯนั้นแข็งแกร่งเพียงพอ จนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบพิเศษนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

2. ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาในภาคธนาคารของยุโรป แม้ในปีที่ผ่านมาปัญหาหนี้ภาครัฐในยุโรปจะบรรเทาลงไปอย่างมาก แต่การแก้ไขปัญหาในภาคธนาคารนั้นยังคงไม่มีความคืบหน้ามากนัก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้จัดให้มีการวิเคราะห์คุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality Review) และ การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารในยุโรป โดยผลการทดสอบจะถูกประกาศในช่วงเดือน พ.ย. 2014 เราเชื่อหลายธนาคารใหญ่ โดยเฉพาะในอิตาลีและสเปน อาจไม่ผ่านการทดสอบและทำให้ต้องมีการเพิ่มทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงดังกล่าว

3. ความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน ในการประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ทางการจีนได้แถลงนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจในแผนพัฒนา 10 ปีของประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่ก้าวหน้าและเพิ่มเสถียรภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว ซึ่งหากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวมีความคืบหน้าในทางปฏิบัติก็จะช่วยเพิ่มแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจเอเชียซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับจีนอย่างมาก

4. การฟื้นตัวของการส่งออกจากประเทศในเอเชีย การบริโภคในประเทศของกลุ่มประเทศในเอเชียเริ่มมีทิศทางชะลอตัวลงในปีนี้หลังจากเติบโตต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และแนวโน้มการไหลออกของเงินทุนในช่วงที่ตลาดมีความกังวลต่อการชะลอ QE ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินสกุลเอเชียอ่อนค่าลง และอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นับจากนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของการส่งออกเป็นหลัก เราเชื่อว่าการขยายตัวของการส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นเอเชียในช่วงปีหน้า

5.ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาความขัดแย้งทางการเมืองของไทย อาจไม่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก เนื่องจาก Valuation ของหุ้นไทยที่ถูกกว่าตลาดเอเชียโดยเฉลี่ยนั้นได้สะท้อนถึงความเสี่ยงทางการเมืองไปแล้ว แต่ในปัจจุบันที่ตลาดหุ้นไทยกำลังซื้อขายที่ระดับ P/E และ P/B ที่สูงกว่าเอเชียโดยเฉลี่ย ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากกว่าในอดีต

6.การเลือกตั้ง MidTerm ของสหรัฐ ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 4 พ.ย. อาจนำไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยพรรครีพับลิกันซึ่งปัจจุบันกุมเสียงข้างมากในสภาล่างเพียงสภาเดียว อาจมีโอกาสที่จะได้ที่นั่งเพิ่มและได้เสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา ซึ่งจะทำให้รีพับลิกันกุมเสียงส่วนใหญ่ในทั้งสองสภา และอาจส่งผลให้การผ่านร่างกฎหมายและการบริหารประเทศของประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตอาจมีอุปสรรคมากขึ้น

7.เสถียรภาพของรัฐบาลในยุโรป โดยปัญหาหลักของหลายรัฐบาลในยุโรปคือคะแนนนิยมของประชาชนที่ลดลง เนื่องจากต้องบังคับใช้นโยบายรัดเข็มขัด ตามเงื่อนไขการให้วงเงินกู้ฉุกเฉินของทางสหภาพยุโรป และ IMF ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศมีปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองและไม่สามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวได้ โดยเฉพาะในอิตาลีและโปรตุเกส ซึ่งบริหารประเทศโดยรัฐบาลผสมหลายพรรค ซึ่งยังมีความขัดแย้งภายในรัฐบาลอยู่มาก

ยังคงแนะนำ Overweight การลงทุนในหุ้น Underweight ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์

ด้วยมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและปัจจัยการลงทุนที่กล่าวมา เรายังคงเชื่อว่าหุ้นจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2014 และยังคงแนะนำ Overweight การลงทุนในหุ้น โดยเรายังคงชอบตลาดหุ้นในสหรัฐ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงสนับสนุนการขยายตัวของกำไร ในขณะที่ Valuation ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป

ส่วนในตลาดตราสารหนี้ เรายังคงแนะนำ Under weight และหลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวต่อไป เนื่องจากเชื่อว่าแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวจะยังเป็นขาขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และการชะลอ/ยกเลิกมาตรการ QE ในที่สุด

ด้านสินค้าโภคภัณฑ์เรายังคงคำแนะนำ Underweight การลงทุนในทองคำและน้ำมัน เนื่องจาก Upside ที่จำกัด และไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงในการลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท