posttoday
เอิร์ธทุ่ม3.8พันล้าน

เอิร์ธทุ่ม3.8พันล้าน

24 ธันวาคม 2556

ซื้อเหมืองอินโดฯมีสำรอง43ล้านตันปีนี้เข้าเป้าปีหน้าโกยรายได้1.9หมื่นล้าน

ซื้อเหมืองอินโดฯมีสำรอง43ล้านตันปีนี้เข้าเป้าปีหน้าโกยรายได้1.9หมื่นล้าน

EARTH ทุ่ม 3,820 ล้านซื้อสิทธิเหมืองอินโดนีเซีย มีปริมาณถ่าน 43 ล้านตัน สร้างความมั่นคงยาว 10 ปี

นายขจรพงศ์ คำดี กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.อนุมัติให้บริษัท PT. TRI TUNGGAL PITRIATI ซึ่งบริษัทถือหุ้น 99.90% เข้าซื้อสิทธิการขุดเจาะถ่านหิน จาก PT. JHOSWA MAHAKAM MINERAL มีมูลค่าการลงทุนรวม 3,820 ล้านบาท หรือ 118.25 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ เหมืองแห่งนี้อยู่ที่ประเทศอินโดนีเชีย บนเนื้อที่ 25,106 ไร่ โดยมีปริมาณถ่านหินสำรอง 43 ล้านตัน คุณภาพถ่านหิน 5,3005,500 กิโลแคลอรี และระยะทางจากเหมืองถึงท่าเรือ 20 กิโลเมตร

“การเข้าซื้อเหมืองแห่งนี้นับเป็นเหมืองที่ 2 ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจ 5 ปี 5 เหมืองนับจากปี 2555 และจะทยอยซื้อจนครบ 5เหมือง” กรรมการผู้จัดการ กล่าว

นอกจากนั้นบริษัทต้องซื้อเหมืองแห่งใหม่ เพราะต้องการให้ปริมาณสำรองถ่านหินสร้างรายได้ให้บริษัทต่อเนื่อง 10 ปี สร้างความมั่นคงในเรื่องปริมาณสำรอง ส่วนเมืองที่ทำอยู่ที่อินโดนีเซียจำนวน 2 ล้านตันจะหมดลงในไตรมาส 3 ปีหน้า

สำหรับแหล่งเงินทุนในการซื้อเหมืองครั้งนี้จะใช้กำไรสะสมที่มีอยู่ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท การออกตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) ประมาณ 4,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่เหลืออีกกว่า 4,000 ล้านบาทจากวงเงินทั้งหมด 1 หมื่นล้านบาท

“แม้ว่าจะมีการออกตั๋ว บี/อี และกู้เงิน ก็ไม่กระทบต่อฐานะการเงินหรือทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 2.07 เท่า”

นอกจากนั้น ผู้ถือหุ้นไม่ต้องกังวลเรื่องเงินปันผล โดยบริษัทยังคงสามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทจะมีการลงทุนในการซื้อเหมือง ก็เพื่อสร้างผลตอบแทนและสร้างความมั่นคงในระยะยาว

นายขจรพงศ์ กล่าวว่า การตัดสินใจซื้อเหมืองในช่วงที่ราคาและอุตสาหกรรมเหมืองตกต่ำจะทำให้บริษัทสามารถซื้อเหมืองได้ในราคาที่ดีเพราะหากในยุคธุรกิจที่ดีจะไม่สามารถซื้อเหมืองได้ในราคานี้ และมองว่าราคาถ่านหินน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและน่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า

สำหรับผลดำเนินงานปีนี้น่าจะเป็นตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ มีปริมาณขายถ่านหินจำนวน 8 ล้านตันและมีรายได้ 1.4 หมื่นล้านบาท แม้ว่าราคาถ่านหินจะตกต่ำมากในปีนี้ก็ตาม

สาเหตุที่บริษัทยังคงสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายเพราะบริษัทได้เพิ่มปริมาณการขายมากขึ้น โดยเฉพาะในการขายประเภทรายย่อย (รีเทล) ซึ่งขยับขึ้นเป็นผู้ขายที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 เป็นครั้งแรกในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทมีเหมืองเองและมีสำรองเพียงพอทำให้ลูกค้ามั่นใจและสั่งซื้อถ่านหินกับบริษัท ส่วนปี 2557 คาดว่าปริมาณการขายจะอยู่ที่ 11 ล้านตันและรายได้น่าจะอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69