ประวัติ ดร.เชาว์ โพธิ์ศิริสุข
ที่มาของชื่อสามมิตร เกิดจากการรวมตัวทำธุรกิจกันของเพื่อนคุณพ่อของ ดร.เชาว์ ที่มาจากเมืองจีน 3 คน ซึ่งเหมือนกับปรัชญาซางอิ๊ว โดยเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์ต้นสนที่แสดงถึงความอดทน ต้นบ๊วยที่แสดงถึงความสวยงาม โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่อากาศยิ่งหนาวก็จะยิ่งสวย และสุดท้ายคือต้นไผ่ที่มีเป็นข้อไผ่เท่ากันๆ แสดงถึงความมีคุณธรรม แต่วันนี้เหลือแต่ทางครอบครัว ดร.เชาว์ ที่เป็นผู้ถือหุ้น เพราะหลังมีการเพิ่มทุน ลดทุน ขายหุ้นออกไป สัดส่วนการถือหุ้นจึงเปลี่ยนไป
ที่มาของชื่อสามมิตร เกิดจากการรวมตัวทำธุรกิจกันของเพื่อนคุณพ่อของ ดร.เชาว์ ที่มาจากเมืองจีน 3 คน ซึ่งเหมือนกับปรัชญาซางอิ๊ว โดยเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์ต้นสนที่แสดงถึงความอดทน ต้นบ๊วยที่แสดงถึงความสวยงาม โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่อากาศยิ่งหนาวก็จะยิ่งสวย และสุดท้ายคือต้นไผ่ที่มีเป็นข้อไผ่เท่ากันๆ แสดงถึงความมีคุณธรรม แต่วันนี้เหลือแต่ทางครอบครัว ดร.เชาว์ ที่เป็นผู้ถือหุ้น เพราะหลังมีการเพิ่มทุน ลดทุน ขายหุ้นออกไป สัดส่วนการถือหุ้นจึงเปลี่ยนไป
เมื่อกิจการสามมิตรเริ่มต้นขึ้น คุณพ่อได้เรียกให้ ดร.เชาว์ ซึ่งตอนนั้นร่ำเรียนด้านเทคนิคการเกษตรระดับ ปวส. ที่เมืองเล็กๆ แต้จิ๋ว ของประเทศจีน ให้มาเมืองไทยเป็นครั้งแรกเพื่อมาช่วยพ่อทำธุรกิจด้วยวัย 20 ปี ซึ่งสิ่งที่เขาได้เรียนรู้และยึดหลักการทำงานแบบคุณพ่อมาตลอด คือ ต้องมีความขยัน อดทน และต่อสู้ ที่คุณพ่อได้ทำเป็นตัวอย่างให้ดู ด้วยหนีบเขาตะลอนเข้าป่าไปส่งของและไปดูหน้างานว่าลูกค้าต้องการแหนบคุณสมบัติแบบไหนเพื่อให้เราได้สัมผัสของจริง
ถึงวันนี้ “ดร.เชาว์” บอกชัดเจนว่า ได้วางมือแล้ว และสามมิตร ได้ก้าวมาสู่รุ่นที่ 3 และปล่อยให้ลูกทั้ง 7 คนต่างเป็นคนเข้ามาช่วยกันดูงาน โดยดีเอ็นเอหรือหลักการทำงานของที่นี่ คือ ความอดทน เพราะท้ายที่สุดของปัญหา คือ เมื่อน้ำลดตอผุดก็จะเห็นทุกอย่าง และตลอดกว่า 50 ปี ที่ผ่านมาบริษัทผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะทั้งร้ายและดี
“ดร.เชาว์” ให้หลักคิดการทำธุรกิจกับลูกว่า ต้องแยกให้ออกว่าเราเป็นนักธุรกิจหรือนักอุตสาหกรรม แต่ที่ผ่านมาเราต้องบอกว่าเราเป็นนักธุรกิจที่ต้องมองให้ออกและกล้าที่จะเสี่ยง และต้องเข้าใจว่าอะไรที่ไม่มีความเสี่ยงอย่าไปทำ เพราะจะไม่มีโอกาสและไม่มีกำไรเลย เพราะเชื่อว่าเมื่อเราเห็นโอกาสคนอื่นก็จะเห็นเหมือนกัน อีกทั้งการมองอะไรไปที่ไกลมากไปก็จะทำให้เรามองไม่ชัด ขณะที่การเป็นนักอุตสาหกรรม คือ ต้องรอให้เห็นโอกาสที่ชัดเจนก่อนถึงจะทำ ซึ่งบางทีตอนนั้นโอกาสก็หมดไปแล้ว


