posttoday
มหัศจรรย์ทานตะวันพืชศก.พิชิตความจน

มหัศจรรย์ทานตะวันพืชศก.พิชิตความจน

22 ธันวาคม 2556

ดอกทานตะวันไม่ใช่เป็นเพียงดอกไม้ที่มีความสวยงามเท่านั้น วันนี้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้

สมชาย บุญเหลือ

ดอกทานตะวันไม่ใช่เป็นเพียงดอกไม้ที่มีความสวยงามเท่านั้น วันนี้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างเป็นกอบเป็นกำ จ.สระบุรี ถือเป็นจังหวัดอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่ทางจังหวัดส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกตามนโยบายของ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผวจ.สระบุรี คนปัจจุบัน ทำให้ 6 อำเภอของ จ.สระบุรี ประกอบด้วย อ.มวกเหล็ก แก่งคอย วังม่วง พระพุทธบาท หนองโดน และเฉลิมพระเกียรติ ในเวลานี้ มีพื้นที่ปลูกดอกทานตะวันแล้วมากกว่า 10,100 ไร่

เริ่มแรกก็ส่งเสริมให้ปลูกเพื่อความสวยงาม ให้นักท่องเที่ยวมาชื่นชมความเหลืองอร่ามของดอกทานตะวันเพียงอย่างเดียว หวังให้มีเม็ดเงินมาหมุนเวียนในจังหวัด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูก

แต่เมื่อปลูกกันมากเข้า ดอกทานตะวันเลยกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดึงดูดเม็ดเงินไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยวเท่านั้น ยังมีผลิตผลของดอกทานตะวันอีกมากมายที่สร้างรายได้ให้กับคนสระบุรี เพราะดอกทานตะวันสามารถนำไปทำอะไรได้หลายอย่างทั้งของกินของใช้ ชนิดทำได้สารพัดประโยชน์

มหัศจรรย์ทานตะวันพืชศก.พิชิตความจน

 

ขอแจกแจงคร่าวๆ ว่าทำอะไรได้บ้าง อย่างแรก นำไปทำน้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน เมล็ดทานตะวันมีองค์ประกอบของน้ำมันสูงถึงร้อยละ 40 ของน้ำหนัก น้ำมันจะมีคุณภาพสูงเหมาะแก่การบริโภค ทั้งการบริโภคโดยตรง และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อาหารกระป๋อง

กากเมล็ดทานตะวันใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ได้ถึงร้อยละ 20 โดยกากมีโปรตีนประมาณร้อยละ 3334 นำไปทำเป็นอาหารโดยตรง เช่น ขนมขบเคี้ยวต่างๆ

ปัจจุบันนิยมนำเมล็ดทานตะวันมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ เช่น คุกกี้ ข้าวตังหน้าทานตะวัน รวมถึงนำมาสกัดเย็น และแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง

นอกจากนั้น น้ำมันทานตะวันยังใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตสบู่ เนยเทียม หมึกพิมพ์ แชมพู น้ำมันใส่ผม น้ำมันหยอดเครื่องจักรกลผงซักฟอก ยารักษาโรค

ผลิตผลจากดอกทานตะวันอีกอย่างที่น่าทึ่งคือ นำไปเลี้ยงผึ้งเพื่อนำน้ำผึ้งจากดอกทานตะวันมาใช้ประโยชน์ เพราะน้ำผึ้งที่ได้จะเป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคโดยทั่วไปแล้ว เห็นไหมครับ ดอกทานตะวันทำอะไรได้หลายอย่าง

มหัศจรรย์ทานตะวันพืชศก.พิชิตความจน

 

สำหรับอาหารขึ้นชื่ออีกอย่างที่ได้จากดอกทานตะวัน และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในและต่างประเทศคือ ต้นอ่อนทานตะวัน สินค้าขึ้นชื่อของ จ.สระบุรี ที่เบียดมากับนมดี กะหรี่ดัง ชนิดใกล้จะแซงหน้าแล้ว

สลัดต้นอ่อนทานตะวัน อาหารสุขภาพ ปัจจุบันกลายเป็นอาหารยอดฮิต เมนูนี้ร้านอาหารในจังหวัดแขกไปใครมาก็ต้องสั่งขึ้นโต๊ะ ในปีหนึ่งๆ ต้นอ่อนทานตะวันสามารถสร้างรายได้เข้าจังหวัดหลายสิบล้านบาท จนกระทั่งปลูกกันอย่างจริงจัง

ณัญฐาศ์มกานต์ สุวรรณรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจ Green Life Farm ได้ชักชวนแม่บ้านในพื้นที่มาตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจ เพื่อเพาะต้นอ่อนทานตะวันขายอย่างจริงจัง จนทำให้กลุ่มวิสาหกิจ Green Life Farm เป็นที่รู้จักของคนทั้งจังหวัด และเป็นตัวแทนของจังหวัดไปร่วมงานโอท็อปอยู่บ่อยๆ

เธอเล่าว่า การเพาะต้นอ่อนทานตะวันขายสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากขายได้ทั้งปี และความต้องการของตลาดก็เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันต้นอ่อนทานตะวันกลายเป็นสินค้าระดับ 5 ดาวของจังหวัดไปแล้ว

ต้นอ่อนทานตะวันมีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะมีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีวิตามินอีสูง สรรพคุณบำรุงสายตา ผิวพรรณ ช่วยชะลอความแก่ชรา มีธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 บี 6 โอเมกา 6 และโอเมกา 9

นอกจากนั้น ยังช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม สรรพคุณเหล่านี้เอง ทำให้มีคนนิยมบริโภคจำนวนมาก จนเลือกให้เป็นหนึ่งในรายการอาหารประจำครัวเรือน

มหัศจรรย์ทานตะวันพืชศก.พิชิตความจน

 

การเพาะต้นอ่อนทานตะวันก็ทำไม่ยาก มีเพียงตะกร้าพลาสติกขนาดกว้าง 8 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว สูง 4 นิ้ว กรรไกรสำหรับการเก็บเกี่ยว กระบอกฉีดน้ำ และบัวรดน้ำ เมล็ดพันธุ์ซึ่งหาซื้อในพื้นที่ ดินสำหรับเพาะกล้า และกระดาษหนังสือพิมพ์ วัสดุเพาะจะใช้ก้อนเชื้อเห็ดเก่า ดินในพื้นที่บดให้ละเอียดในอัตรา 100 กก. ผสมดิน และมูลค้างคาว 1 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน หรือใช้ขี้เลื่อย 100 กก. ผสมกับมูลค้างคาว 2 กก. เมล็ดพันธุ์ 1 กก. จะเพาะได้ 12 ตะกร้า จะได้ต้นอ่อน 1 กก. นำไปแบ่งใส่ถุงพลาสติก บรรจุถุงละ 150 กรัม ได้ประมาณ 7 ถุง

หลังเพาะได้ 7 วัน ก็สามารถตัดขายทำเงินได้ทันที เนื่องจากทานตะวันเป็นพืชที่เพาะง่าย หากปฏิบัติดูแลให้ดีก็จะได้ต้นอ่อนที่สมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวสามารถนำกรรไกรหรือมีดคมๆ ตัดที่บริเวณสูงเหนือโคนขึ้นมาเล็กน้อย แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด พร้อมกับเก็บเปลือกสีดำออกก็จะได้ต้นอ่อนที่สมบูรณ์ปลอดภัยจากสารเคมี พร้อมนำไปประกอบอาหารหรือขายได้ทันที

ต้นอ่อนทานตะวัน เมื่อรับประทานสดๆ จะมีความกรุบกรอบ ไม่เหม็นเขียว และที่น่ามหัศจรรย์ เมื่อนำมาประกอบอาหารผ่านความร้อน กลิ่นรสของต้นอ่อนจะคล้ายกับเมล็ดทานตะวันคั่ว คือ มีความหอม มัน หวานอร่อย หากใครอยากจะนำไปดัดแปลงเป็นเมนูอาหารที่หลากหลายก็สามารถทำได้ตามชอบใจ ผลิตภัณฑ์ทานตะวันยังเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้อีกด้วย ปัจจุบันทางจังหวัดได้จัดทำชุดของขวัญของฝากราคาตั้งแต่ 200 บาท 500 บาท 1,000 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท เอาเป็นว่าไปดูไปชิมด้วยตาตนเองดีกว่า ไม่ลองไม่รู้ขอบอก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน