posttoday
3หน่วยงานประสานช่วยรายย่อยฝ่าวิกฤต

3หน่วยงานประสานช่วยรายย่อยฝ่าวิกฤต

20 ธันวาคม 2556

สถาบันพัฒนาเอสเอ็มอี เร่งช่วยผู้ประกอบการ หลังเจอผลกระทบหนัก หาเงินอุดหนุนดอกเบี้ยต่ำ

สถาบันพัฒนาเอสเอ็มอี เร่งช่วยผู้ประกอบการ หลังเจอผลกระทบหนัก หาเงินอุดหนุนดอกเบี้ยต่ำ

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เปิดเผยว่า ในปีหน้าสถาบันจะปรับบทบาท เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมให้เอสเอ็มอีไทยสามารถออกไปแข่งขันได้ หลังจากในรอบปีที่ผ่านมานี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องทำงานกันเหนื่อยมาก เพราะเจอวิกฤตซ้ำเติมทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศที่ชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ปัญหาหลักทำให้เอสเอ็มอีไทยขาดโอกาสในการขยายกิจการ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินทุนจากรัฐบาลที่มีการพิจารณาอนุมัติโครงการเงินกู้ให้ล่าช้า รวมทั้งยังคิดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูงนื่องจากสถาบันการเงินต่างมองว่ากิจการเอสเอ็มอีมีความเสี่ยงสูง

"มองว่าหากมีการตั้งกฎเกณฑ์ในการปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีเป็นพิเศษก็น่าจะดีกว่า เช่น การคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วไป แต่ก็ไม่คาดหวังว่าจะได้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 1%" นายสุวรรณชัย กล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2557 สถาบันจะค่อยๆ พัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เข้มแข็งขึ้น ด้วยการค่อยๆ ปรับฐานและรูปแบบธุรกิจใหม่ให้มีมูลค่ามากขึ้น เช่น จากกลุ่มที่เป็นผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ก็จะพัฒนาให้เป็นผู้ผลิตเอง (โอดีเอ็ม) ส่วนภาคบริการที่เรามีความแข็งแกร่งอยู่แล้วก็จะเร่งพัฒนาให้สามารถรับและส่งลูกค้าต่างประเทศได้

ล่าสุด สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ลงนามกับสมาคมเอสเอ็มอีและสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทยญี่ปุ่น) เพื่อเดินหน้าพัฒนาเอสเอ็มอีไทยญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเห็นผู้ประกอบการไทยจะร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นหรือไม่ และมีความสนใจร่วมมือในรูปแบบใดบ้าง

นายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทยญี่ปุ่น) กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโส อาเบะ ที่ตั้งเป้าหมายกระจายการลงทุนออกนอกประเทศมายังภูมิภาคอาเซียน 5 หมื่นรายภายใน 5 ปี ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในไทยประมาณ 5,000 ราย หรือคิดเป็นเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ทางสถาบันฯ ตั้งเป้าว่า ในปีหน้าจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรู้จักสถาบันมากขึ้น หลังดำเนินการมานานกว่า 15ปีแล้ว โดยตั้งเป้าปีหน้า สถาบันจะสร้างรายได้ให้ตัวเองได้ไม่น้อยกว่า 10% จากปัจจุบันที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากหน่วยงานรัฐบาล

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวว่า สิ่งที่กังวลมากในอนาคต หากมีเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นที่มีศักยภาพขยายเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแบบครบวงจรมากขึ้น เวลานั้นอาจทำให้เอสเอ็มอีไทยไม่มีที่ยืนได้ ดังนั้นจึงร่วมมือกันเร่งพัฒนาศักยภาพตัวเองพร้อมรับมือ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีได้ดีนั้น คือการมีและได้รับการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเสนอรัฐบาลมาตลอดว่าให้มีการตั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีในการขยายการลงทุน เพื่อธุรกิจจะได้เติบโตอย่างยั่งยืนด้านนายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ นายกสมาคมสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทยญี่ปุ่น) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยว่ามีความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นหรือไม่ และมีความสนใจร่วมมือในรูปแบบใดบ้าง เช่น การรับจ้างผลิต การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และการร่วมลงทุน ตามนโยบายของนายอาเบะ ที่ตั้งเป้ากระจายการลงทุนออกนอกประเทศมายังภูมิภาคอาเซียน 5หมื่นรายภายใน5ปี ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในไทยประมาณ 5,000 ราย หรือคิดเป็นเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

"เท่าที่สอบถามนักลงทุนญี่ปุ่นแล้ว ส่วนใหญ่ยังไม่กังวลกับสถานการณ์การเมืองในไทย และยังมองว่าในอาเซียนไทยยังเป็นอันดับแรกที่จะขยายการลงทุนเข้ามา เพราะสามารถใช้เป็นฐานในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในอาเซียนได้ด้วย ขณะที่ไทยเองก็จะได้พัฒนายกระดับคุณภาพตัวเองในการออกไปทำตลาดต่างประเทศ ดังนั้นการร่วมมือกันก็จะเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย"นายสุจริต กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน