
ดองเลิกใช้แร่ใยหิน
กรอ.อ้างเหตุยุบสภาทำแผนล่าช้าเตรียมรอครม.ชุดใหม่สานต่อ
กรอ.อ้างเหตุยุบสภาทำแผนล่าช้าเตรียมรอครม.ชุดใหม่สานต่อ
กรอ.ชี้แผนเลิกใช้แร่ใยหินในสินค้าอุตสาหกรรมล่าช้า เหตุยุบสภาต้องรอ ครม.ชุดใหม่มาเคาะ
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า แผนการยกเลิกใช้ใยหินไครโซไทล์ในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคงจะต้องล่าช้าออกไปอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กรอ.ได้จัดทำแผนและผ่านความเห็นของนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรมแล้ว และส่งเรื่องไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่พิจารณาอนุมัติ ก็มีการยุบสภาก่อน ทำให้ต้องรอ ครม.ใหม่ ทำให้การอนุมัติแผนนี้ล่าช้าออกไปอีก
“เราอยากประกาศหลักเกณฑ์ออกมา เพื่อให้มีกรอบเวลาในการเลิกใช้ที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะดึงกันไปมา” นายณัฐพล กล่าว
สำหรับแนวทางการยกเลิกใช้แร่ใยหินที่ กรอ.จัดทำไว้ จะเป็นการยกเลิกในสินค้าอุตสาหกรรม 5 รายการ ที่มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของแร่ใยหินต่อสุขภาพ แต่จะมีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการยกเลิก ไม่ได้เป็นการยกเลิกทันที เนื่องจากต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค ภาวะเศรษฐกิจ และสังคม
อย่างไรก็ตาม ตามแผนดังกล่าวกำหนดแนวทางการเลิกใช้แร่ใยหิน 2 กลุ่ม คือ 1.กระเบื้องแผ่นเรียบและกระเบื้องยางปูพื้น กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุดิบภายใน 2 ปี เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์อื่นทดแทน หรือใช้วัสดุอื่นทดแทนแร่ใยหินไครโซไทล์ ซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะเตรียมออกกฎหมายบังคับยกเลิกใช้ในช่วงเตรียมตัว 2 ปี
2.กระเบื้องมุงหลังคา ผ้าเบรก และคลัตช์ ท่อซีเมนต์ใยหิน กำหนดให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบภายใน 5 ปี เนื่องจากยังขาดผลการศึกษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของแร่ใยหินที่มีผลต่อสุขภาพและมาตรการป้องกัน
นายณัฐพล กล่าวว่า ตามแผนงานเดิมนั้น เมื่อ ครม.เห็นชอบให้ตามที่เสนอให้ยกเลิกใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว กรอ.จะต้องออกกฎหมายเพื่อกำหนดแนวทางในการห้ามใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบ โดย กรอ.จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน ในการกำหนดชนิด คุณภาพ อัตราส่วนของวัตถุดิบ แหล่งกำเนิดของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ผลิตในโรงงาน ซึ่งสามารถห้ามใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตในโรงงานได้
แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การยกเลิกใช้แร่ใยหินในสินค้าอุตสาหกรรมหลายรายการที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่นี้ ถือเป็นนโยบายที่ประเทศรัสเซียคัดค้านอยู่ค่อนข้างมาก เนื่องจากไทยมีการนำเข้าแร่ใยหินจากรัสเซียอยู่มาก โดยทางรัสเซียต้องการให้มีผลศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพทางวิชาการที่ชัดเจนก่อน
“ตามแผนเดิมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะเดินทางไปรัสเซียในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีการคุยกันเรื่องนี้ เพราะทางการรัสเซียไม่ต้องการให้ไทยยกเลิกการนำเข้าทั้งหมด แต่การเดินทางของนายกฯ ได้ยกเลิกไป เพราะเกิดปัญหาการเมืองในประเทศก่อน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ เห็นว่าหากมีการยกเลิกใช้แร่ใยหินในการผลิตได้จริง กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ บริษัท กระเบื้องโอฬาร ที่ผลิตกระเบื้องแบรนด์โอฬาร เนื่องจากปัจจุบันยังผลิตสินค้าที่ใช้ส่วนผสมของแร่ใยหินเป็นหลัก ขณะที่กลุ่มเอสซีจีที่ผลิตแบรนด์ตราช้าง สมาร์ทวูด และกลุ่มมหพันธ์ที่ผลิตแบรนด์เฌอร่า และห้าห่วง ได้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินไปแล้วทุกผลิตภัณฑ์
ขณะที่กลุ่มกระเบื้องตราเพชร มีทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินและไม่มีแร่ใยหิน
รายงานข่าวแจ้งว่า แนวทางการยกเลิกใช้แร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ในสินค้าอุตสาหกรรมนี้ สืบเนื่องจากมติ ครม. วันที่ 12 เม.ย. 2554 ที่ให้การรับรองมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553 กำหนดมาตรการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปดำเนินการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน
กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำแผนงาน เพื่อลดและเลิกใช้แร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบเสร็จ และนำเสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป







