
รัฐประเคนไทยคม8
จับตากทค.ลักไก่ให้ไลเซนส์แฝงดวงที่7ทีดีอาร์ไอข้องใจไม่เปิดประมูล
จับตากทค.ลักไก่ให้ไลเซนส์แฝงดวงที่7ทีดีอาร์ไอข้องใจไม่เปิดประมูล
นพ.ประวิทย์ ข้องใจบอร์ด กทค. พร้อมไฟเขียวไทยคมดวงใหม่ แฝงไลเซนส์ไทยคม 7
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดวันที่ 18 ธ.ค. มีวาระพิจารณาอนุมัติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (ไลเซนส์) แบบที่ 3 ให้กับ บริษัท ไทยคม สำหรับการให้บริการดาวเทียมไทยคม 8 ซึ่งเป็นไลเซนส์แฝงไปในไทยคม 7 หลังจากที่ไทยคมได้รับไลเซนส์ให้บริการดวงที่ 7 ไปก่อนหน้านี้ จากกรณีที่รับอาสาจัดหาดาวเทียมเพื่อรักษาวงโคจร 78.5 องศาตะวันออกของประเทศไทยที่กำลังจะหมดอายุ
ทั้งนี้ เป็นที่น่าจับตาว่าการให้ไลเซนส์ไทยคม 8 เป็นไปอย่างไม่ถูกต้องตามกระบวนการ เพราะควรจะต้องมีการเปิดประมูล เนื่องจากไทยคม 8 ไม่ได้ทำหน้าที่รักษาวงโคจรของประเทศตามเงื่อนไขที่ไทยคมได้เสนอต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และการให้ไลเซนส์ดวงที่ 8 เท่ากับว่าจะมีดาวเทียมอยู่บนวงโคจรเดียวกัน 3 ดวง ทั้งเงื่อนไขของไอซีทีจะมีดาวเทียมเพียง 2 ดวงใหม่เท่านั้น
“วงโคจรที่ไทยคม 8 จะถูกยิงขึ้นไปเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ (บรอดคาสต์) ซึ่งขณะนี้กำลังมีความต้องการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมสูง เพื่อเตรียมพร้อมให้บริการทีวีดิจิตอล การให้ไลเซนส์ไทยคม 8 แฝงไปกับไทยคม 7 ทำให้ไทยคมสามารถแสวงหาผลกำไรในเชิงธุรกิจโดยไม่ต้องจ่ายรายได้ให้กับรัฐ” นพ.ประวิทย์ กล่าว
สำหรับดาวเทียมที่ทำหน้าที่รักษาวงโคจรมี 2 ดวง คือ ไทยคม 6 รักษาวงโคจร 120 องศาตะวันออก ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงสุดท้ายภายใต้สัญญาสัมปทาน และไทยคม 7 ที่ 78.5 องศาตะวันออก ดำเนินการภายใต้ไลเซนส์และจะส่งผลให้ไทยคมมีดาวเทียมอยู่บนวงโคจรทั้งหมด 4 ดวง คือ ไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ และไทยคม 5 ที่ 119.5 และ 78.5 องศาตะวันออก และหากสามารถยิงไทยคม 8 ได้จะทำให้ไทยคมสามารถเพิ่มช่องสัญญาณจากไทยคม 5 ที่เต็มแล้ว
อย่างไรก็ตาม กทค.ได้วางรูปแบบการให้ไลเซนส์ไว้ คือ ภาคพื้นดิน (เอิร์ทไลเซนส์) และภาคอวกาศ (สเปซ ไลเซนส์) โดย กทค.มีสิทธิให้ไลเซนส์เฉพาะภาคพื้นดิน และระบุว่าภาคอวกาศเป็นเรื่องที่ต้องเจรจาร่วมกันกับประเทศอื่นๆ ตามกฎข้อบังคับของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. กล่าวว่า กทค.จะยังไม่พิจารณาในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากยังต้องการศึกษารายละเอียดในเรื่องนี้เพิ่มเติม และในช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ จึงต้องการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้การดำเนินการของ กทค.ถูกนำไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การให้ไลเซนส์ดาวเทียมของ กทค. ไม่ควรจะแบ่งเป็นภาคพื้นดินหรือภาคอวกาศ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการไม่เปิดประมูล เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ต้องประมูลไลเซนส์ที่ไม่ได้ดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานแล้ว
นอกจากนี้ ไม่เคยมีนักกฎหมายใดตีความว่า กทค.ไม่มีสิทธิให้ไลเซนส์ภาคอวกาศ เพราะทั้งหมดถือเป็นทรัพยากรของประเทศที่ กทค.จะต้องเปิดประมูลทั้งสองไลเซนส์ รวมทั้งควรจะจัดสรรทรัพยากรของประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศ ไม่ใช่เอื้อให้กับผู้ประกอบการเอกชนเหมือนเช่นปัจจุบัน
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า การที่ กทค.ให้ไลเซนส์แก่ไทยคมเพื่อให้บริการไทยคม 7 และ 8 ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประมูล และไทยคมได้รับการอนุมัติจากไอซีทีในการยิงดาวเทียมดวงใหม่เพื่อรักษาวงโคจรของประเทศ ส่วนการให้บริการภายใต้ไลเซนส์เป็นเรื่องที่ไทยคมต้องไปขอจาก กทค.
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาไอซีทีได้เปิดให้เอกชนรายอื่นที่สนใจยิงดาวเทียมมาขอสัมปทานวงโคจรจากไอซีทีได้ ไม่ได้จำกัดแค่ไทยคม แต่ยังไม่มีรายอื่นมาแสดงความจำนง







