
ม็อบจบเศรษฐกิจติดจรวด
ธปท.มั่นใจคุมเงินเฟ้ออยู่หมัด
‘บัณฑิตกรณ์’ยันลงทุนฟื้นแน่โพสต์ทูเดย์ — ธปท. ไม่ห่วงเงินเฟ้อสูงกดดันเศรษฐกิจ ชี้การเมืองสงบเศรษฐกิจโตฉลุย ดึงการลงทุนกลับมาฟื้นได้เร็วขึ้นแน่
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเงินเฟ้อทั่วไปหรือดัชนีการปรับขึ้นของราคาสินค้าในช่วงเดือน เม.ย. ที่ระดับ 3% ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 3.4% ซึ่งเป็นการชะลอลงทั้งในหมวดอาหารและไม่ใช่หมวดอาหาร สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อจากอุปสงค์ที่เกิดจากการใช้จ่ายในประเทศที่มีไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน เม.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 0.5% จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.4% ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 0.3% เป็น 0.4% และ 0.5% ตามลำดับนับตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานที่มีมากขึ้น
“
ถึงเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่น่าห่วง เพรายังต่ำไม่เป็นข้อจำกัดหรือเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่เท่าที่ดูล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นในช่วงต่อไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมาตรการอุดหนุนภาครัฐที่จะจบลง ซึ่ง ธปท. จะพยายามดูแลให้อยู่ในกรอบเป้าหมายในปีนี้ที่ 0.53%” นายบัณฑิต กล่าวรองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ถ้าจบลงหรือคลี่คลายได้ในเร็วๆ นี้ จะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีนี้อย่างมาก เพราะจะทำให้ความไม่แน่นอนที่นักลงทุนกังวลจะหมดไป ทำให้การลงทุนใหม่ๆ กลับมาได้เร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมาปัญหาทางการเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งในด้านการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอยในประเทศ และกระทบความเชื่อมั่นภาคเอกชนมาแล้ว
“
ผมเชื่อว่าหากปัญหาเหล่านี้คลี่คลายได้เศรษฐกิจจะได้เดินหน้าต่อไปได้ดี” นายบัณฑิต กล่าวนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอทางออกทางการเมือง 5 ข้อ ทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้นมา เห็นได้จากดัชนีหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นไปกว่า 30 จุด หรือประมาณ 5% ทำให้พอประเมินได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับกับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ กับส่วนรวมทุกฝ่าย และมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ฝ่ายคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม
รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการชุมนุมของคนเสื้อแดงกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยให้ลดลงประมาณ 0.5% จากที่คลังประมาณการเศรษฐกิจปี 2553 จะขยายตัวได้ 45% หรือประมาณ 4.5% ซึ่งหากการชุมนุมสามารถยติลงได้ หรือไม่มีความรุนแรงที่ทำให้สูญเสียทรัพย์สินและชีวิตอีก ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบทำให้เศรษฐกิจของไทยลดลงไปมากกว่า 0.5% แน่นอน
นายกรณ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องเร่งสมานฉันท์กันอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาภาพข่าวของประเทศไทยที่ปรากฏกับสายตาชาวโลกเป็นลบมาตลอด ซึ่งเป็นธรรมชาติของการเกิดข่าวร้ายจะมีการแพร่ไปทั่วอย่างรวดเร็ว ขณะที่ข่าวดีจะไม่ค่อยปรากฏ โดยต้องยอมรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของนักลงทุนและท่องเที่ยวต่างประเทศเสียไปมาก จะต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศให้กลับคืนมาให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวมั่นใจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง และรัฐบาลได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว
นายกรณ์ กล่าวว่า คลังในฐานะประธานจัดงาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสบรมราชาภิเษก ปีที่ 60 ภายใต้ชื่องาน
“รวมพลังใจ ถวายความภักดี” ระหว่างวันที่ 59 พฤษภาคมนี้ ระหว่างเวลา 18.00 น. – 24.00 น. ณ ถนนราชดำเนิน ได้ตัดสินใจย้ายเวทีหลักพิธีการ พิธีเปิดและพิธีปิด จาก จากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาเป็นที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพราะเป็นที่โล่งไม่มีอาคาร เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานได้ง่ายกว่าทั้งนี้การตัดสินใจย้ายเวทีดังกล่าว มีขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีแถลงทางออกทางการเมืองเพียงไม่กี่นาที ซึ่งหากคนเสื้อแดงยอมรับข้อเสนอและยุติการชุมนุม ก็เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจมาร่วมงานจำนวนมาก







