posttoday
จับตาบอร์ดกทค.ให้ไลเซนส์"ไทยคม8"

จับตาบอร์ดกทค.ให้ไลเซนส์"ไทยคม8"

18 ธันวาคม 2556

น.พ.ประวิทย์ข้องใจบอร์ด กทค. พร้อมไฟเขียวไทยคมดวงใหม่ แฝงไลเซนส์ไทยคม 7 ยืนยันไม่ใช่รักษาวงโคจร

น.พ.ประวิทย์ข้องใจบอร์ด กทค. พร้อมไฟเขียวไทยคมดวงใหม่ แฝงไลเซนส์ไทยคม 7 ยืนยันไม่ใช่รักษาวงโคจร

น.พ.ประวิทย์  ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดวันที่ 18 ธ.ค. มีวาระพิจารณาอนุมัติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (ไลเซนส์) แบบที่ 3 ให้กับ บริษัท ไทยคม  สำหรับการให้บริการดาวเทียมไทยคม 8 ซึ่งเป็นไลเซนส์แฝงไปในไทยคม7 หลังจากที่ไทยคม ได้รับไลเซนส์ให้บริการดวงที่ 7 ไปก่อนหน้านี้ จากกรณีที่รับอาสาจัดหาดาวเทียมเพื่อรักษาวงโคจร 78.5 องศาตะวันออกของประเทศไทยที่กำลังจะหมดอายุ

ทั้งนี้ เป็นที่น่าจับตากว่าการให้ไลเซนส์ไทยคม 8 เป็นไปอย่างไม่ถูกต้องตามกระบวนการซึ่งควรจะต้องเปิดประมูล เนื่องจากไทยคม 8 ไม่ได้ทำหน้าที่รักษาวงโคจรของประเทศตามเงื่อนไขที่ไทยคมได้เสนอต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งการให้ไลเซนส์ดวงที่ 8 เท่ากับว่าจะมีดาวเทียมอยู่บนวงโคจรเดียวกัน 3 ดวง ทั้งที่มีเพียง 2 ดวงใหม่ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของไอซีที

“วงโคจรที่ไทยคม 8 จะถูกยิงขึ้นไป เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการโทรทัศน์  (บรอดคาสต์) ซึ่งขณะนี้กำลังมีความต้องการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมสูง เพื่อเตรียมพร้อมให้บริการทีวีดิจิตอล การให้ไลเซนส์ไทยคม 8 แฝงไปกับไทยคม 7 ทำให้ไทยคมสามารถแสวงหาผลกำไรในเชิงธุรกิจโดยไม่ต้องจ่ายรายได้ให้กับรัฐ” นพ.ประวิทย์กล่าว

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกทค. กล่าวว่า บอร์ดจะยังไม่อนุมัติให้ไลเซนส์ไทยคม 8 เนื่องจากต้องการศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อน และขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่ปกติ บอร์ดจึงไม่ต้องการให้การดำเนินการใดๆ ของบอร์ดกทค. ในตอนนี้ ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด

สำหรับดาวเทียมที่ทำหน้าที่รักษาวงโคจรมี 2 ดวง คือ ไทยคม 6  รักษาวงโคจร 120 องศาตะวันออก ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงสุดท้ายภายใต้สัญญาสัมปทาน และ ไทยคม 7 ที่ 78.5 องศาตะวันออก ดำเนินการภายใต้ไลเซนส์ และจะส่งผลให้ไทยคมมีดาวเทียมอยู่บนวงโคจรทั้งหมด 4 ดวง คือ ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ และ ไทยคม 5 ที่ 119.5 และ 78.5 องศาตะวันออก ขณะที่ไทยคม 8 นั้นไทยคมต้องการเพิ่มช่องสัญญาณจากไทยคม 5 ที่เต็มแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางกทค. ได้วางรูปแบบการให้ไลเซนส์ไว้ คือ ภาคพื้นดิน (เอิร์ธ ไลเซนส์)  และภาคอวกาศ (สเปซ ไลเซนส์) โดยกทค. มีสิทธิ์ให้ไลเซนส์เฉพาะภาคพื้นดินและระบุว่าภาคอวกาศเป็นเรื่องที่ต้องเจรจาร่วมกันกับประเทศอื่นๆ ตามกฎข้อบังคับของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ไม่เคยมีนักกฎหมายใดตีความว่า กทค. ไม่มีสิทธิ์ให้ไลเซนส์ภาคอวกาศ เพราะทั้งหมดถือเป็นทรัพยากรของประเทศที่ กทค. จะต้องเปิดประมูลทั้ง 2 ไลเซนส์  รวมทั้งควรจะจัดสรรทรัพยากรของประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศ ไม่ใช่เอื้อให้กับผู้ประกอบการเอกชนเหมือนเช่นปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน