posttoday
รีบาวด์สั้นต้นสัปดาห์

รีบาวด์สั้นต้นสัปดาห์

14 ธันวาคม 2556

 ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวลงจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าปัจจัยทางด้านการเมืองจะลดความร้อนแรงในการเผชิญหน้าไปบ้าง แต่ปัจจัยภายนอก เรื่องความกังวลในการลด QE ของเฟดกลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ความกังวลของตลาดเพิ่มขึ้นหลังจากที่คองเกรสสามารถหาข้อสรุปในเบื้องต้นเรื่องงบประมาณได้ ทำให้ตลาดตีความว่าจะเปิดโอกาสให้เฟดปรับลด QE ลงเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปไปจนถึงเส้นตายในเดือน ม.ค.-ก.พ. อย่างที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่มีช่วงปรับตัวลงแรง โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องวันละประมาณ 3,000 ล้านบาทตลอดสัปดาห์

 ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวลงจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าปัจจัยทางด้านการเมืองจะลดความร้อนแรงในการเผชิญหน้าไปบ้าง แต่ปัจจัยภายนอก เรื่องความกังวลในการลด QE ของเฟดกลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ความกังวลของตลาดเพิ่มขึ้นหลังจากที่คองเกรสสามารถหาข้อสรุปในเบื้องต้นเรื่องงบประมาณได้ ทำให้ตลาดตีความว่าจะเปิดโอกาสให้เฟดปรับลด QE ลงเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปไปจนถึงเส้นตายในเดือน ม.ค.-ก.พ. อย่างที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่มีช่วงปรับตัวลงแรง โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องวันละประมาณ 3,000 ล้านบาทตลอดสัปดาห์

ทิศทางในสัปดาห์นี้ประเมินว่าตลาดจะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟดในเช้าวันพฤหัสบดี เนื่องจากคาดว่าจะมีนักลงทุนส่วนหนึ่งที่ขายไปก่อนหน้านี้กลับเข้ามาซื้อหุ้นคืนในช่วงก่อนรู้ผลการประชุมเพื่อ Cover Short ลดความเสี่ยง ส่วนทิศทางของตลาดหลังจากนั้นจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมเฟดว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หากไม่มีการลด QE ลงอย่างที่ตลาดกังวลและไม่มีการส่งสัญญาณเชิงลบจากประธานเฟด จะเป็นสัญญาณบวกต่อการปรับตัวขึ้นของตลาด ในขณะที่หากมีการส่งสัญญาณในการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมครั้งถัดไปจะเป็นปัจจัยกดดันตลาด ส่วนการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงทันที จะเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด

ในมุมมองของทาง KGI ประเมินว่า เฟดยังไม่มีการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ และจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดในช่วงถัดไป หากประธานเฟดไม่มีการส่งสัญญาณในการลด QE ลง โดยทาง KGI คาดว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านจากประธานเฟดคนเก่ามาเป็นคนใหม่ ที่โดยปกติจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้เฟดคงนโยบายเช่นเดิม ประกอบกับตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐยังห่างไกลจากเป้าหมายของเฟดที่ 6.5%

ภาพรวมคาดว่าเฟดจะยังรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยหากพิจารณามุมมองของตลาดต่อประธานเฟดคนใหม่ ตลาดประเมินว่าประธานเฟดคนใหม่ เจนเน็ต เยลเลน มีแนวโน้มในนโยบายผ่อนคลายมากกว่าประธานเฟดคนก่อน ทำให้หากมองข้ามไปถึงต้นปีหน้าที่เป็นวาระของประธานเฟดคนใหม่ คาดว่าการถอน QE ยังไม่เร็วเหมือนอย่างที่ตลาดกังวลในปัจจุบัน

ด้านแนวโน้มทองคำ คาดว่าราคาจะเริ่มมีช่วงหยุดไหลหรือดีดกลับได้ที่บริเวณ 1,210-1,190 เหรียญ โดยปัจจุบันราคาทยอยรับรู้ข่าวเรื่องการลด QE ก่อนการประชุมเฟดไปในระดับหนึ่งแล้ว และคาดว่าทองคำจะเริ่มมีแรง ซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟดอย่างเป็นทางการในคืนวันพุธนี้ ซึ่งหากเฟดยังไม่มีการลด QE ตามมุมมองของทาง KGI คาดว่าทองคำจะมีช่วงรีบาวด์ สั้น อย่างไรก็ตาม ทองคำในประเทศจะได้ประโยชน์จาก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จากปัจจัยทางการเมืองที่ยังเป็น ความเสี่ยง

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอการปรับตัวลงของตลาด โดยคาดว่าจะเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงต้นสัปดาห์ แต่การยืนอยู่หรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการประชุมเฟด หากยังไม่มีการลด QE ตามที่คาดไว้ จะส่งผลให้ตลาดกลับมาปรับตัวขึ้นได้ โดยระดับที่น่าสนใจเข้าสะสมหุ้นอยู่ที่ 1,320 และ 1,300 จุด ส่วนทองคำแนะนำให้รอซื้อสะสมที่บริเวณ 1,2101,190 เหรียญลงมาดักจังหวะดีดกลับ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่