
รีบาวด์สั้นต้นสัปดาห์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวลงจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าปัจจัยทางด้านการเมืองจะลดความร้อนแรงในการเผชิญหน้าไปบ้าง แต่ปัจจัยภายนอก เรื่องความกังวลในการลด QE ของเฟดกลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ความกังวลของตลาดเพิ่มขึ้นหลังจากที่คองเกรสสามารถหาข้อสรุปในเบื้องต้นเรื่องงบประมาณได้ ทำให้ตลาดตีความว่าจะเปิดโอกาสให้เฟดปรับลด QE ลงเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปไปจนถึงเส้นตายในเดือน ม.ค.-ก.พ. อย่างที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่มีช่วงปรับตัวลงแรง โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องวันละประมาณ 3,000 ล้านบาทตลอดสัปดาห์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวลงจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าปัจจัยทางด้านการเมืองจะลดความร้อนแรงในการเผชิญหน้าไปบ้าง แต่ปัจจัยภายนอก เรื่องความกังวลในการลด QE ของเฟดกลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ความกังวลของตลาดเพิ่มขึ้นหลังจากที่คองเกรสสามารถหาข้อสรุปในเบื้องต้นเรื่องงบประมาณได้ ทำให้ตลาดตีความว่าจะเปิดโอกาสให้เฟดปรับลด QE ลงเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปไปจนถึงเส้นตายในเดือน ม.ค.-ก.พ. อย่างที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่มีช่วงปรับตัวลงแรง โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องวันละประมาณ 3,000 ล้านบาทตลอดสัปดาห์
ทิศทางในสัปดาห์นี้ประเมินว่าตลาดจะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟดในเช้าวันพฤหัสบดี เนื่องจากคาดว่าจะมีนักลงทุนส่วนหนึ่งที่ขายไปก่อนหน้านี้กลับเข้ามาซื้อหุ้นคืนในช่วงก่อนรู้ผลการประชุมเพื่อ Cover Short ลดความเสี่ยง ส่วนทิศทางของตลาดหลังจากนั้นจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมเฟดว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หากไม่มีการลด QE ลงอย่างที่ตลาดกังวลและไม่มีการส่งสัญญาณเชิงลบจากประธานเฟด จะเป็นสัญญาณบวกต่อการปรับตัวขึ้นของตลาด ในขณะที่หากมีการส่งสัญญาณในการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมครั้งถัดไปจะเป็นปัจจัยกดดันตลาด ส่วนการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงทันที จะเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด
ในมุมมองของทาง KGI ประเมินว่า เฟดยังไม่มีการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ และจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดในช่วงถัดไป หากประธานเฟดไม่มีการส่งสัญญาณในการลด QE ลง โดยทาง KGI คาดว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านจากประธานเฟดคนเก่ามาเป็นคนใหม่ ที่โดยปกติจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้เฟดคงนโยบายเช่นเดิม ประกอบกับตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐยังห่างไกลจากเป้าหมายของเฟดที่ 6.5%
ภาพรวมคาดว่าเฟดจะยังรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยหากพิจารณามุมมองของตลาดต่อประธานเฟดคนใหม่ ตลาดประเมินว่าประธานเฟดคนใหม่ เจนเน็ต เยลเลน มีแนวโน้มในนโยบายผ่อนคลายมากกว่าประธานเฟดคนก่อน ทำให้หากมองข้ามไปถึงต้นปีหน้าที่เป็นวาระของประธานเฟดคนใหม่ คาดว่าการถอน QE ยังไม่เร็วเหมือนอย่างที่ตลาดกังวลในปัจจุบัน
ด้านแนวโน้มทองคำ คาดว่าราคาจะเริ่มมีช่วงหยุดไหลหรือดีดกลับได้ที่บริเวณ 1,210-1,190 เหรียญ โดยปัจจุบันราคาทยอยรับรู้ข่าวเรื่องการลด QE ก่อนการประชุมเฟดไปในระดับหนึ่งแล้ว และคาดว่าทองคำจะเริ่มมีแรง ซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟดอย่างเป็นทางการในคืนวันพุธนี้ ซึ่งหากเฟดยังไม่มีการลด QE ตามมุมมองของทาง KGI คาดว่าทองคำจะมีช่วงรีบาวด์ สั้น อย่างไรก็ตาม ทองคำในประเทศจะได้ประโยชน์จาก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จากปัจจัยทางการเมืองที่ยังเป็น ความเสี่ยง
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอการปรับตัวลงของตลาด โดยคาดว่าจะเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงต้นสัปดาห์ แต่การยืนอยู่หรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการประชุมเฟด หากยังไม่มีการลด QE ตามที่คาดไว้ จะส่งผลให้ตลาดกลับมาปรับตัวขึ้นได้ โดยระดับที่น่าสนใจเข้าสะสมหุ้นอยู่ที่ 1,320 และ 1,300 จุด ส่วนทองคำแนะนำให้รอซื้อสะสมที่บริเวณ 1,2101,190 เหรียญลงมาดักจังหวะดีดกลับ







