posttoday
พรบ.ความมั่นคงฯ

พรบ.ความมั่นคงฯ

11 ธันวาคม 2556

วัตถุประสงค์ในการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 หรือที่มักเรียกกันว่า “พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ” เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลาย และอาจมีความรุนแรง รวดเร็ว จนสามารถขยายตัวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน จนอาจทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นได้ภายในประเทศ ซึ่งเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชน เพื่อให้สามารถป้องกันและระงับภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

วัตถุประสงค์ในการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 หรือที่มักเรียกกันว่า “พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ” เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลาย และอาจมีความรุนแรง รวดเร็ว จนสามารถขยายตัวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน จนอาจทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นได้ภายในประเทศ ซึ่งเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชน เพื่อให้สามารถป้องกันและระงับภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ตาม พ.ร.บ.ได้กำหนดให้มีหน่วยปฏิบัติงานหลักเพื่อรับผิดชอบดำเนินการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตลอดจนบูรณาการและปฏิบัติงานร่วมกับทุกส่วนราชการ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและรักษาความมั่นคง รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งในท้องถิ่นของตน เพื่อป้องกันภยันตรายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในยามปกติ และในยามที่เกิดสถานการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และกำหนดให้มีมาตรการและกลไกควบคุมการใช้อำนาจเป็นการเฉพาะตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ

เหตุชุมนุมคัดค้าน “ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน” มีความเข้มข้นมากขึ้น มีผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งนักธุรกิจ นักร้อง นักแสดง พนักงานบริษัท ข้าราชการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต่างมาเข้าร่วมชุมนุมเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตกไปจากรัฐสภาโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ละวันมีผู้ให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้น เห็นได้จากภาพของคลื่นมวลชน เสียงเป่านกหวีดที่ต้องการยกระดับการชุมนุมมาเป็นการขับไล่รัฐบาล จนเรียกร้องให้มีสภาประชาชน

รัฐบาลจึงได้นำ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาบังคับใช้ในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลที่มีสถานที่สำคัญ โดยให้เหตุผลหลักว่า เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองและป้องกันการยึดทำเนียบรัฐบาล ซึ่ง กอ.รมน.ตามความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีก็สามารถออกประกาศสั่งห้ามบุคคลใดเข้าหรือต้องออกจากพื้นที่อาคาร ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมบริเวณนั้น

ทางด้าน ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ว่า หากต้นเหตุแห่งการชุมนุมคัดค้านได้สิ้นสุดลง เมื่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กลับคืนมายังสภาผู้แทนราษฎร และพรรคร่วมรัฐบาลให้สัตยาบันต่อประชาชนว่าจะไม่นำเสนอ หรือหยิบยกร่างขึ้นมาพิจารณาอีก ผู้ชุมนุมก็ควรสลายการชุมนุม เพราะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และเตือนว่า หากยังมีการชุมนุมยืดเยื้อในลักษณะก่อให้เกิดความปั่นป่วน ถือว่าเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีความผิดตามกฎหมาย ความเห็นของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่สอดคล้องกับกฎหมายและขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

ในความเห็นผู้ร่วมชุมนุมนั้น ความเป็นประชาธิปไตยที่รัฐบาลต้องยอมรับ คือ ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม หรือการแสดงออกซึ่งความคิดทางการเมือง แม้การแสดงความคิดนั้น คือ การต้องการขับไล่รัฐบาล และจัดตั้งสภาประชาชน

แม้รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยุบสภา และจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นใหม่ ประชาชนก็ยังมีสิทธิที่จะชุมนุมทางการเมือง และแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่อไป รัฐบาลต้องปรับท่าทีให้เข้าใจผู้ที่แสดงออกทางการเมืองมากขึ้น อย่ามองว่าเป็นเพียงแค่ความวุ่นวายทางการเมือง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน