
‘MK’คาดไตรมาส4รายได้สูงสุด74%
มั่นคงเคหะการคาดรายได้ไตรมาส 4 พุ่งสูงสุดเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 74% สู่เป้าหมาย 3,000 ล้านบาท
มั่นคงเคหะการคาดรายได้ไตรมาส 4 พุ่งสูงสุดเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 74% สู่เป้าหมาย 3,000 ล้านบาท
น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายบัญชีการเงิน บริษัท มั่นคงเคหะการ (MK) เปิดเผยว่า คาดว่ารายได้ในไตรมาส 4/2556 จะเป็นรายได้สูงที่สุดของปี เพื่อเข้าสู่เป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ 3,000 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 74% จาก 9 เดือนมีรายได้ 2,020.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สิ้นไตรมาส 3/2556 มียอดรอรับรู้รายได้แล้ว 628 ล้านบาท และคาดหวังรายได้จากการขายใหม่ในอีก 3 เดือนที่เหลือในปีนี้อีกประมาณ 352 ล้านบาท
สำหรับโครงการใหม่ที่จะเปิดขายในช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชวนชื่น พระราม 7สิรินธร บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ระดับราคา 3.7-5.5 ล้านบาท บนเนื้อที่ 12 ไร่ จำนวนทั้งหมด 74 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 312 ล้านบาท และโครงการลีออง สุขุมวิท 62 เป็นรูปแบบทาวน์โฮม 3 ชั้น ในราคาตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป บนเนื้อที่ 6 ไร่ จำนวนทั้งหมด 58 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม430 ล้านบาท
ด้านกลยุทธ์ด้านการตลาด บริษัทได้เน้นการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายตลอดทั้งปี พร้อมด้วยการเพิ่มช่องทางการสื่อสารไปยังผู้บริโภคโดยตรง เช่น สื่อบิลบอร์ดและสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ ความพึงพอใจของลูกค้าเดิมต่อสินค้าและบริการของบริษัทยังเป็นสิ่งที่ชักนำให้เกิดการซื้อของลูกค้าใหม่กว่า 36%
ในปีนี้ได้มีการเปิดตัวแบบบ้านใหม่เพิ่มเพื่อให้เกิดความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ได้แก่ แบบบ้านทวิมน ทวินันท์ ชลิดา ที่เล่นสีสันแปลกตา รวมถึงทาวน์โฮมสไตล์วินเทจ แบบใหม่ในโครงการชวนชื่น จรัญฯ 3 และลีออง ที่หรูหราด้วยบัวและเหล็กประดับ Wrought Iron
ทั้งนี้ แม้ว่าในปีนี้อัตราส่วนกำไรเบื้องต้นของบริษัทจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 34% ซึ่งใกล้เคียงกับค่ากลางของอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย อันเนื่องจากการรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมที่มีกำไรเบื้องต้นต่ำกว่าบ้านแนวราบ แต่บริษัทก็มีอัตราส่วนกำไรสุทธิที่สูงถึง 15.23% ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมที่มีค่ากลาง 7.84% และค่าเฉลี่ย 2.57% อยู่มาก
บริษัทยังคงรักษาความโดดเด่นในการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน จากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.33 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2556 ในขณะที่ผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีค่าเฉลี่ยของสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดีอี) อยู่ในระดับ 2.57 เท่า
สำหรับเป้าหมายในปี 2557 ภายใต้การตลาดคอนโดมิเนียมที่ค่อนข้างอิ่มตัว และภาวะเศรษฐกิจที่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัจจัยลบ บริษัทตั้งเป้ารายได้หลักจากยอดขายโครงการแนวราบ โดยมีเป้ารายได้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท โดยจะมาจากการขายโครงการเดิม 59% โครงการที่เปิดใหม่ในปี 2556 อีก 32% และจากโครงการที่จะเปิดใหม่ในปีหน้าอีก 6% รวมถึงรายได้จากธุรกิจบริการอีก 3%







