posttoday
ทิศทางตลาดหุ้นตามการเมือง

ทิศทางตลาดหุ้นตามการเมือง

06 ธันวาคม 2556

ปัจจัยการเมืองนับเป็นความเสี่ยงสำหรับเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบล่าสุดในแง่ของการเมืองจะเริ่มต้นด้วยความสงบและไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง แต่ในที่สุด ก็คล้ายกับหลายๆ รอบในอดีต นั่นก็คือมีเหตุการณ์ความรุนแรง และแน่นอนสำหรับคอหุ้นก็ต้องยอมรับว่า เมื่อมาพิจารณาความเสี่ยงทางการเมืองกับตลาดหุ้นไทยต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยผ่านเรื่องการเมืองมาหลายครั้งหลายหน และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนถ้าเราย้อนเหตุการณ์การเมืองไทยในระดับไม่เกิน 20 กว่าปี สิ่งที่เราไล่มา ก็คือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ, รสช. ...

ปัจจัยการเมืองนับเป็นความเสี่ยงสำหรับเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบล่าสุดในแง่ของการเมืองจะเริ่มต้นด้วยความสงบและไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง แต่ในที่สุด ก็คล้ายกับหลายๆ รอบในอดีต นั่นก็คือมีเหตุการณ์ความรุนแรง และแน่นอนสำหรับคอหุ้นก็ต้องยอมรับว่า เมื่อมาพิจารณาความเสี่ยงทางการเมืองกับตลาดหุ้นไทยต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยผ่านเรื่องการเมืองมาหลายครั้งหลายหน และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนถ้าเราย้อนเหตุการณ์การเมืองไทยในระดับไม่เกิน 20 กว่าปี สิ่งที่เราไล่มา ก็คือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ, รสช. ...

เราจะพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ก็คือ ราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงในช่วงเวลาที่มีปัจจัยความเสี่ยงทางการเมือง และมักจะมีการปรับตัวขึ้นอย่างน้อยก็ชั่วคราวเมื่อเหตุการณ์สงบ ซึ่งที่ใช้คำว่าชั่วคราวก็เนื่องจากบางครั้งการฟื้นตัวในช่วงแรกมักจะเกิดขึ้น แต่หลังจากเกิดผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจแล้วราคาหุ้นมักจะลงตามมา และบ่อยครั้งมีการปรับตัวลดลงแรงกว่า แต่อย่างไรก็ตามโดยหลักการแบบคร่าวๆ ที่นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นมานานมักจะเชื่อว่าการเกิดวิกฤตการเมืองคือ จังหวะการซื้อหุ้น ยกตัวอย่างในเหตุการณ์ล่าสุด ในเรื่องความรุนแรงที่แยกราชประสงค์ กรณีเราพิจารณาเปรียบเทียบการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในมุมของ SET INDEX ก็จะพบว่ามีการปรับตัวลดลงประมาณ 13% แต่เมื่อมาพิจารณาการปรับตัวลดลงของรอบ SET INDEX ล่าสุด ก็จะมีการปรับตัวลดลง 9% ซึ่งกรณีเปรียบเทียบความรุนแรงในเหตุการณ์ก็ต้องยอมรับว่ามีน้อยกว่าครั้งก่อน เพราะฉะนั้น เหตุผลหลักๆ ที่หุ้นในรอบสัปดาห์ที่ไม่มีการปรับตัวลดลง ก็เพราะราคาหุ้นถือว่าตอบรับข่าวร้ายไปแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเพียงเท่านี้อาจจะมีความคิดได้ว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความปลอดภัย และน่าสนใจในการเข้าซื้อแล้ว ซึ่งก็ตามที่เกริ่นไว้ข้างต้นก็คือ ภาพที่แท้จริงหลังจากเหตุการณ์การเมืองอยู่ที่แนวโน้มเศรษฐกิจด้วย ซึ่งกรณีนี้ต้องยอมรับว่า สำหรับการมองเศรษฐกิจปีหน้าจะอยู่ที่กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหรือผู้ที่เข้ามารับผิดชอบ เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2556 และการที่จะทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจในปีหน้าทำงาน ข้อจำกัดจะมีอยู่มาก สิ่งที่ต้องทำก็คือ

1.การสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการเพิ่มการบริโภค และการบริโภคที่เกิดขึ้น ต้องไม่ใช่เกิดในสินค้าคงทน

2.การลงทุนภาครัฐควรต้องเกิดขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการ 2.2 ล้านล้านบาท แต่ต้องมีผลในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่วนการที่จะขับเคลื่อน 2 เครื่องยนต์ที่เหลือ ก็คือการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน น่าจะอยู่เหนือการบังคับของรัฐบาล เนื่องจากการส่งออกน่าจะผูกพันกับเศรษฐกิจโลก แต่อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าปัจจุบันตัวเลขในระดับ 5% ในการเติบโตก็มีความเป็นไปได้ ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ตราบใดที่ไม่มีความมั่นใจโดยเฉพาะในเสถียรภาพของรัฐบาล และนโยบายเศรษฐกิจโอกาสที่จะพลิกฟื้นขึ้นมาค่อนข้างยากมาก (ดูได้จากการคาดการณ์ตัวเลขสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่วางเป้าหมายปีหน้าที่ลักษณะการเติบโตที่ลดลง)

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อมาพิจารณาเรื่องของตลาดหุ้นระยะสั้น จึงยังประเมินว่ายังไม่นิ่ง แม้เคยประเมินว่าจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นในปีนี้ไว้ 2 บริเวณคือ 1,337-1,351 และ 1,260-1,280 ต้องยอมรับว่าบริเวณแรกมีการลงไปทดสอบแล้ว คือ จุดต่ำทำไว้ที่ 1,345 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากพอที่พอจะชี้ได้ว่า SET INDEX จะมีการปรับตัวขึ้นได้แรงๆ อีกครั้งในเชิงของการประเมินกรอบแนวต้านแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีการผ่าน 1,380-1,400 ก็ยากจะบอกได้ว่า SET INDEX กลับไปสู่ขาขึ้น ในทิศทางตรงข้ามมีความเป็นไปได้สูงที่แรงขายยังน่าจะเกิดขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนจะปิดปีนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย