
‘จิตอาสา’ต้องมีพี่เลี้ยง
ท่านผู้อ่านคะ... การทำงานในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะการทำงานเพื่อสาธารณะ จะมีคนที่มีจิตใจดีงามมาช่วยงาน
ท่านผู้อ่านคะ... การทำงานในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะการทำงานเพื่อสาธารณะ จะมีคนที่มีจิตใจดีงามมาช่วยงาน
ซึ่งเขานิยมเรียกกันว่า “จิตอาสา” นั่นแหละค่ะ
ผู้เขียนขอเรียนว่า เมื่อใดมี “จิตอาสา” ต้องมีพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะ 1.เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับเหล่า “จิตอาสา” 2.เหล่า “จิตอาสา” จะได้ร่วมทำงานกับองค์กรไปในทิศทางที่ได้วางแผนเอาไว้ตามขั้นตอน
ในเหตุการณ์วิกฤตที่อ่าวพร้าว PTTGC ต้องระดมสรรพกำลังจากทุกแหล่ง งานจึงจะสำเร็จลงได้ “จิตอาสา” ชุดแรก เป็นบุคลากรในเครือ IRPC ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่รู้งานดีว่าจะต้องทำอะไร และอย่างไรในวิกฤตนี้ วันต่อมางานมากขึ้น จึงได้มี “จิตอาสา” รุ่นที่ 2 มาจากที่ต่างๆ ซึ่งอาจไม่มีความคุ้นเคยกับงานที่เกี่ยวกับน้ำมันเหมือนรุ่นแรก
การที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินขององค์กรต่างๆ ควรจัดให้มีพี่เลี้ยงที่ต้องดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาซ้อนขึ้นมาได้ เช่น “จิตอาสา” รุ่นหลังๆ ได้สวมชุดปฏิบัติหน้าที่สีขาว รวมทั้งถุงมือติดตัวออกไปนอกพื้นที่หลังจากเสร็จงานแล้วโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และได้ถอดถุงมือไว้เกลื่อนกลาดตามสถานที่ต่างๆ ทำให้ผู้ที่พบเห็นโดยเฉพาะสื่อมวลชนเข้าใจผิดคิดว่าผู้ปฏิบัติงานของ PTTGC นำไปทิ้งไว้แบบ ไม่รับผิดชอบ
เรื่องเล็กๆ อย่างนี้ กลายเป็นเรื่องที่วกกลับมาทำลายภาพลักษณ์ในช่วงที่ปัญหากำลังรุมเร้า... เพราะผู้ที่พบเห็นชุดเหล่านี้จะเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดปัญหาซ้อนปัญหาขึ้นมาอีก
ในจุดนี้ เชื่อเถิดว่า สิ่งที่ไม่น่าเป็นปัญหานั้น ...แต่ในยามวิกฤต มันพร้อมเป็นปัญหาได้ทั้งสิ้น
PTTGC ต้องไล่ล่าตามเก็บขยะเหล่านั้น ซึ่งลำบากกว่าการเก็บ คราบน้ำมันเสียอีก เพราะคราบน้ำมันอยู่รวมกันเป็นที่ แต่ขยะที่เกิดจาก “จิตอาสา” ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้กระจัดกระจายและโผล่ขึ้นตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง
ในมุมนี้เราจะเรียนรู้เพื่อก้าวข้ามความผิดพลาดได้ คือ ทุกเรื่องต้องแจ้งให้พนักงานได้รับทราบทุกประเด็นที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการชี้แจงต่อบุคคลภายนอกให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และตัวพนักงานเองก็ต้องเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยว่าไม่ได้เกิดจากความบกพร่องขององค์กรแต่ประการใด
ปัญหานี้... หากมีระบุไว้ในคู่มือการสื่อสารในภาวะวิกฤต ก็จะได้รับ การป้องกันและมีการจัดกระบวนการสำหรับการสื่อสารกับ “จิตอาสา” และพนักงาน ตั้งแต่เริ่มแรก
เรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นว่า ในภาวะวิกฤต สิ่งที่แสดงถึงความเป็นองค์กร เช่น เครื่องแต่งกายพนักงานไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบ หรือเสื้อผ้าที่มีตราสัญลักษณ์เป็นส่วนประกอบ หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกับองค์กรได้ สามารถจะก่อให้เกิดปัญหาได้ทั้งสิ้น ดังนั้นทุกองค์กร ที่เป็นเจ้าของวิกฤตต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้มี ผลกระทบตามมาภายหลัง
ในการแก้ปัญหาหน้างาน PTTGC บันดาลให้เกิดขึ้นทันที โดยกำหนดให้นำ “จิตอาสา” กลุ่มต่อๆ มา ก่อนจะเริ่มงานต้องฟังสรุปรับทราบงานที่ต้องทำก่อนลงพื้นที่จริง จะช่วยให้ทุกคนมีการเตรียมพร้อมกับภารกิจที่จะเกิดขึ้น
ในยามวิกฤต ใครจะเชื่อว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมาให้แก้ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะดูเหมือนว่าไม่มีนัยสำคัญก็ตาม...
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







