posttoday
"พีเอ็ม" เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพชูคุณภาพสินค้านำแผนตลาด

"พีเอ็ม" เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพชูคุณภาพสินค้านำแผนตลาด

29 พฤศจิกายน 2556

จากปัญหาสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มีหลายโรครุมเร้าทำให้ ศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) มองเห็นโอกาสในการนำเข้าอาหารเสริมสุขภาพ แบรนด์ฟิตไลน์ จากประเทศเยอรมนี เข้ามาทำตลาดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2555 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท

จากปัญหาสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มีหลายโรครุมเร้าทำให้ ศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) มองเห็นโอกาสในการนำเข้าอาหารเสริมสุขภาพ แบรนด์ฟิตไลน์ จากประเทศเยอรมนี เข้ามาทำตลาดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2555 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท

“ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหาสุขภาพ ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ปวดหลัง โรคเกาต์ และเบาหวาน พยายามรักษาแต่ก็ไม่หาย เมื่อ 3 ปีก่อนเพื่อนได้แนะนำอาหารเสริม แบรนด์ ฟิตไลน์ (Fitline) ซึ่งตอนนั้นได้เปิดขายในประเทศมาเลเซีย มาทดลองรับประทานเพียง 12 เดือน ปรากฏว่า โรคภูมิแพ้หายไป และอาการปวดหลังเริ่มดีขึ้น จึงซื้อมาทานอย่างต่อเนื่องและแนะนำให้คุณพ่อรับประทาน เพราะป่วยเป็นโรคเดียวกัน ปรากฏว่าอาการดีขึ้นในระยะเวลารวดเร็ว เป็นเหตุผลที่ต้องนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาเปิดตลาด” ศิริพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ได้เริ่มนำเข้าสินค้าเข้ามา 3 ปีก่อน แต่สินค้าเป็นอาหารเสริมสุขภาพ จึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะผ่านการขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งผลิตภัณฑ์เป็นอาหารเสริมสุขภาพที่ทำตลาดมานานกว่า 20 ปี โดยมีคุณสมบัติสำคัญคือการสร้างพลังงานของเซลล์ในร่างกาย เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และซ่อมแซมและสร้างขึ้นใหม่ของเซลล์เพื่อต่อต้านความชรา มีสินค้าหลักที่ทำตลาดอยู่ 4 รายการ และมีสินค้ากลุ่มบิวตี้ ไลน์ 4 รายการ

ปัจจุบันบริษัท พีเอ็มฯ มีสมาชิกเกือบ 1,000 คน มีสมาชิกที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ 500 คน ซึ่งตั้งเป้าว่าในปีหน้าจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 3,0004,000 คน โดยจะเน้นขยายตลาดออกไปหัวเมืองต่างจังหวัด ทั้งหัวเมืองหลักและหัวเมืองรองเริ่มจาก จ.อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา เชียงใหม่ นครสวรรค์ ชลบุรี รวมไปถึง กทม.และปริมณฑล เน้นกลุ่มคนที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพ

“ตลาดต่างจังหวัดคาดว่าจะเริ่มต้นที่อุดรธานี เนื่องจากเป็นศูนย์กลาง ในภาคอีสาน แต่ขณะนี้กำลังดูความพร้อมของสมาชิกระดับผู้นำ รองลงมาเป็นที่เชียงใหม่ ทั้งนี้ต้องการให้แต่ละพื้นที่นั้นมีความพร้อม ไม่ต้องการเร่งขยายสาขาจำนวนมาก เพราะต้องการได้สมาชิกที่เข้ามาทำงานนั้นสนใจทำจริง โดยไม่ได้เป็นการซื้อบรรดาแม่ทีม หรือสายงานจากบริษัทฯอื่น เพราะหากแม่ทีมเหล่านั้นยกทีมออกไปบริษัทก็ล้ม” ศิริพงษ์ กล่าว

สำหรับแผนการตลาดนั้นจะเป็นแบบผสมผสานระหว่างแผนยูนิเลเวิล สตาร์สเต็ป และไบนารี่ หรือเรียกว่าไฮบริด ซึ่งเป็นแผนที่ให้สมาชิกทำการตลาดได้ง่ายขึ้น เพราะคนที่เริ่มนำสินค้าไปขายก็จะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาทันที ซึ่งสมาชิกระดับแรกจะได้ผลตอบแทนคืน 5% หากแนะนำสมาชิกเพิ่มเป็น 5 คน ก็จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินสดคืน 10% ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่ทำตลาดอยู่ใน 35 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบันตลาดอาหารเสริมสุขภาพและสินค้าความงามในช่องทางขายตรง มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร 50% และผลิตภัณฑ์ความงามหรือสกินแคร์ 50% ซึ่งช่องทางดังกล่าวนี้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 หลัก

“แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกจะซบเซา ทำให้คนต้องหันมาประกอบเป็นอาชีพเพื่อเสริมรายได้ประจำ ขณะเดียวกันก็ต้องอัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้นเพื่อให้เติบโตต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นมา จัดโปรโมชั่นถี่ขึ้นทุกเดือน โดยใช้งบการตลาดทั้งปี 1 ล้านบาท” ศิริพงษ์ กล่าว

นี่คือการบุกตลาดขายตรงสัญชาติเยอรมัน ที่เน้นสินค้าคุณภาพ เมื่อใช้ได้ดีจึงบอกต่อเพื่อเติบโต

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน