
บุ๊ก แอคชวลลี ใช้ "รัก" นำทางธุรกิจ
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
ฉีกตำรากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจทุกเล่มอย่างสิ้นเชิง สำหรับความสำเร็จของ บุ๊ก แอคชวลลี ร้านหนังสือไลฟ์สไตล์ของ เคนนี เล็ก และ เคเรน ไหว่ สามีภรรยาชาวสิงคโปร์
เพราะใครจะเชื่อว่า “ความหลงใหลในหนังสือ” ของคู่รักวัยรุ่นจะเป็นเพียงแรงขับเคลื่อนเดียวที่ผลักดันให้ความฝันที่จะเป็นเจ้าของร้านหนังสือกลายเป็นความจริงได้ในเวลาอันสั้น แม้ไม่มีแผนธุรกิจ เงินทุน หรือแม้แต่ทำเลร้านที่เหมาะสมก็ตาม
“ผมไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อของผมขับรถแท็กซี่และผมก็ต้องหยุดเรียนกลางคันเพราะค่าเรียนที่สูงเกินไป ผมรู้อย่างเดียวว่าผมชอบหนังสือและต้องการทำงานที่เกี่ยวกับหนังสือ” เคนนี เล่าย้อนอดีตถึงแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้ตัดสินใจเลิกเรียนบัญชี มาทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไปที่ร้านบอร์เดอร์ เชนร้านหนังสือชื่อดังในสิงคโปร์
ในระหว่างทำงานนั้นเอง นอกจากได้เปิดโอกาสให้เคนนีได้ซึมซับและศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจหนังสืออย่างเต็มตัวแล้ว ยังทำให้เจ้าตัวได้พบกับ เคเรน ไหว่ นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (เอ็นยูเอส) ก่อนทั้งคู่จะตกลงปลงใจเป็นทั้งหุ้นส่วนชีวิตและหุ้นส่วนธุรกิจในที่สุด
“ขนาดเดตแรกยังไปนั่งคุยเรื่องหนังสือที่ห้องสมุดแห่งชาติเลย เรามีเป้าหมายเดียวกันคืออยากมีร้านหนังสือเล็กๆ เป็นของตัวเอง เราจึงลงมือทำตามความฝันของเราทันที” เคเรน กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
ด้วยความที่มีเงินทุนตั้งต้นจำกัดเพียง 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 6.2 แสนบาท) ซึ่งเป็นการหยิบยืมมาจากครอบครัวและคนใกล้ชิดล้วนๆ โดยเงินทุนส่วนใหญ่หมดไปกับการหาซื้อหนังสือเข้าสต๊อก ดังนั้น เคนนีและเคเรน จึงเริ่มต้นขายหนังสือผ่านงานเปิดร้านและเทศกาลตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เนื่องจากยังมีงบไม่เพียงพอในการเช่าพื้นที่ร้านค้าในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน
แม้ว่าการขายหนังสือในช่วงแรกจะไม่มีพื้นที่ขายแบบเป็นสัดส่วน แต่ เคนนีและเคเรนก็ไม่ลืมเรื่องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักไปพร้อมๆ กันผ่านการจัดแสดงโลโก้ร้านและแจกนามบัตรที่ได้รับการดีไซน์อย่างสวยงามและดูมืออาชีพจากฝีมือของเคเรน ซึ่งถือเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำและตามติดความเคลื่อนไหวของร้านได้เป็นอย่างดี
จนกระทั่งเดือน พ.ย. 2005 ทั้งคู่ก็สามารถทำเงินได้เพิ่มเติมและเมื่อนำมาบวกกับเงินเก็บที่มีรวมเป็น 2.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 7.75 แสนบาท) ก็เพียงพอที่จะเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านได้ในที่สุด
แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางธุรกิจที่ยังห่างไกลจากคำว่าความสำเร็จ เหตุเพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ทำเลที่ดีที่สุด เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณชั้นสองของร้านอาหาร จึงไม่สามารถคาดหวังลูกค้าขาจรได้เลย แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองก็ตาม
“การวางมัดจำเช่าพื้นที่ร้าน 3 เดือนแรก ทำให้เราแทบหมดเนื้อหมดตัว เราจึงต้องซ่อมแซมและตกแต่งร้านเองทั้งหมด ใครจะเชื่อว่าในวันที่เราเปิดร้าน เรามีเงินเหลือในบัญชีเพียง 367 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.13 หมื่นบาท) เท่านั้น” เคนนี เปิดใจ
แต่ไม่น่าเชื่อว่าความหลงใหลในหนังสือของสองนักธุรกิจไฟแรงนี้เอง กลายเป็นจุดขายสำคัญที่สร้างความโดดเด่นให้กับบุ๊ก แอคชวลลี เนื่องจากทั้งคู่มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับหนังสือทุกเล่มที่วางขายภายในร้าน ทำให้สามารถพูดคุยกับลูกค้าที่สงสัยหรือต้องการแลกเปลี่ยนความเห็นได้อย่างออกรส ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากร้านหนังสือแบรนด์ใหญ่ทั่วไปและกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ทำให้ผู้คนเริ่มพูดถึงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“มีสิ่งของที่เราสามารถขายได้มากมาย แต่เราจะเลือกขายในสิ่งที่เราศรัทธาเท่านั้น เราจึงเน้นขายหนังสือเล่มที่เราชอบอ่านและอยากอ่าน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราคิดว่าน่าสนใจและมีประโยชน์จริงๆ และนั่นถือเป็นความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจของเรา” เคเรน ระบุ
นอกเหนือจากการจัดงานเปิดตัวนักเขียนใหม่และจัดพบปะระหว่างนักเขียนและคนอ่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าแล้ว สองคู่รักนักธุรกิจยังตั้งเป้าที่จะเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ เพื่อตีพิมพ์หนังสือความยาวไม่เกิน 400 หน้าอีกด้วย หวังส่งเสริมให้นักเขียนฝีมือดีรุ่นใหม่ มีพื้นที่ในการโชว์ความสามารถให้โลกได้รับรู้ เนื่องจากมองว่านักเขียนในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยเป็นกลุ่มคนมีเงินเพียงพอที่จะจ้างสำนักพิมพ์ให้จัดพิมพ์หนังสือของตัวเอง โดยไม่ได้วัดจากความสามารถและคุณภาพของงานดังเช่นสมัยก่อน
“เราไม่เคยคิดเหมือนกันว่า เราจะมีวันนี้ วันที่มีทั้งร้านหนังสือที่คนสิงคโปร์รักและสำนักพิมพ์เล็กๆ เพื่อนักเขียน แต่เรากล้าที่จะลงมือทำ แม้รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความเสี่ยง นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เรามีวันนี้” เคเรน ฝากไว้เป็นข้อคิด







