posttoday
ศก.แผ่ว-ทุนไหลออกกดดันตัดสินดอกเบี้ยนโยบาย

ศก.แผ่ว-ทุนไหลออกกดดันตัดสินดอกเบี้ยนโยบาย

26 พฤศจิกายน 2556

“บัวหลวง” คาดกนง.คงดอกเบี้ยนโยบายดูแลทุนเคลื่อนย้าย หลังบาทอ่อนแรงหลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

“บัวหลวง” คาดกนง.คงดอกเบี้ยนโยบายดูแลทุนเคลื่อนย้าย หลังบาทอ่อนแรงหลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ เชื่อว่ากนง.จะต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากในการตัดสินใจระหว่างการดูแลเศรษฐกิจและการดูแลภาวะเงินไหลออก หลังจากที่ปัญหาทางการเมืองเริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ จนทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือ อ่อนค่าลงถึง 1 บาทภายในระยะ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ดี ยังเชื่อว่าในการประชุมรอบนี้กนง.จะตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% เนื่องจากหากดูตัวเลขดัชนีชีวัดทางเศรษฐกิจแบบไตรมาสต่อไตรมาสแล้ว จะเห็นว่าตัวเลขการส่งออกไปจีนขณะนี้เริ่มผงกหัวขึ้น ขณะที่ตัวเลขการผลิตที่เคยติดลบก็เริ่มกลับมาเป็นบวก ทำให้กนง.อาจมองว่าระดับดอกเบี้ยในปัจจุบันยังเพียงพอในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้

“โดยส่วนตัวเชื่อว่าครั้งนี้กนง.อาจจะยังรอดูความชัดเจนในหลายๆเรื่องก่อน ทั้งตัวเลขส่งออกและการเมือง ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ดีจึงก็อาจเรียกประชุมนัดพิเศษหรือไปลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปได้ เพราะหากลดดอกเบี้ยในตอนนี้จะส่วนทางกับภูมิภาคที่เขาพยายามขึ้นหรือรักษาระดับดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย” นายกอบศักดิ์ กล่าว

นายอมรเทพ จาวะลา  หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารยังมองว่าในวันที่ 27 พ.ย. กนง.จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% หรือลดลงจากระดับ 2.5% มาอยู่ที่ 2.25% เพื่อช่วยกระตุ้นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ข้อกังวลเรื่องเงินทุนที่จะไหลออกนั้น ยังมองว่าไม่น่ากังวลเนื่องจากไทยมีทุนสำรองที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ระดับเงินเฟ้อในปัจจุบันก็ยังต่ำ

“แม้ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 จะออกมาดีกว่าไตรมาส 2 แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก พอมาถึงไตรมาส 4 ซึ่งปีที่แล้วมีฐานสูง ทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงจะชะลอลง ดังนั้นหากกนง.ลดดอกเบี้ยแล้วมีเงินไหลออกบางส่วน ทำให้เงินบาทอ่อนน่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งในแง่การท่องเที่ยวและการท่องเที่ยว”  นายอมรเทพ กล่าว

นายอมรเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับความกังวลต่อภาวะหนี้ครัวเรือนที่จะพุ่งสูงขึ้นหากลดดอกเบี้ยนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าอัตราการก่อหนี้ของคนมีความสัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจมากกว่าอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจถือว่าไม่เอื้ออำนวยมากนักต่อการตัดสินใจในการก่อหนี้ ดังนั้นแม้จะมีการลดดอกเบี้ยก็จะไม่น่าจะกระทบต่อต่อระดับหนี้ครัวเรือนมากนัก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน