
นวัตกรรมดันเอสเอ็มอี
กระแสการตื่นตัวของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่มีต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น เห็นได้จากเจ้าของกิจการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นในต่างจังหวัดเริ่มปรับแผนการทำธุรกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะแผนการตลาดเพื่อบุกอาเซียน
กระแสการตื่นตัวของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่มีต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น เห็นได้จากเจ้าของกิจการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นในต่างจังหวัดเริ่มปรับแผนการทำธุรกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะแผนการตลาดเพื่อบุกอาเซียน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่เออีซีเชื่อว่าค่อนข้างกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยภาคการผลิต ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากสายป่านทางธุรกิจที่มีไม่ยาว โดยเฉพาะเงินทุน
โดยเมื่อเปิดเสรีตลาดอาเซียนแล้ว จะเกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจเดียวกัน หรือสินค้าชนิดเดียวกันแต่คนละราคา จากโอกาสการจัดซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตรายใหญ่ที่มีต้นทุนถูกกว่า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอเสื้อผ้าแฟชั่นที่มาจากจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่สุดในโลกและมีต้นทุนต่ำ ทำให้เกิดการตัดราคาขายสินค้า
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำ รวมทั้งผู้ผลิต ซึ่งอาจต้องย้ายฐานการผลิตไปบริเวณชายแดน เพื่อบริหาร ต้นทุนค่าแรง หรือ หันไปจ้างผลิตในรูปแบบพาร์ทเนอร์ธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่แนวโน้มการทำตลาดนั้น มีกูรูในแวดวงการค้าต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ทางรอดของเอสเอ็มอีไทย คือ นำนวัตกรรมมานำการตลาด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้เอสเอ็มอีไทยมากขึ้น เพราะนวัตกรรมจะเข้ามาเปลี่ยนโลกให้กับเอสเอ็มอี
ขณะที่มีผู้บริหารจากบริษัท ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น เล่าว่า เซเว่นฯ มีนโยบายทำงานร่วมกับเอสเอ็มอี ต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร พร้อมให้คำแนะนำกับเอสเอ็มอีในเรื่องนวัตกรรม ว่าเป็นเรื่องง่ายที่เอสเอ็มอีทำได้หากช่างสังเกต และศึกษาพฤติกรรมลูกค้า จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์
ก่อนปิดท้ายว่า กลยุทธ์ซื้อสินค้าในร้านเซเว่นฯ แล้วได้ “สแตมป์” เพื่อสะสมแลกซื้อของรางวัลถือเป็นนวัตกรรมการขายระหว่างร้านเซเว่นฯ และสินค้า เพื่อสร้างยอดขายเติบโตร่วมกัน ส่งผลดีต่อยอดขายปีนี้โตเกินเป้า







