
ทันสถานการณ์
สศอ.แนะแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก
สศอ.แนะแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า จากที่ สศอ.ได้ร่วมกับสถาบันอาหารให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ผลิตนมและผลิตภัณฑ์จากนม 2 ประเภท คือ นมสดพาสเจอไรซ์รสธรรมชาติและโยเกิร์ต เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ขั้นตอนต่างๆ พบว่า แนวทางในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก กรณีนมสดพาสเจอไรซ์ คือ การนำเชื้อเพลิงชีวมวล เช่น ไบโอแก๊สจากน้ำเสีย มาใช้ในการผลิตแทนการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาชีวมวลจะถูกหมุนเวียนกลับไปใช้โดยพืชเพื่อสังเคราะห์แสง จึงไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
สำหรับโยเกิร์ต มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่า 90% ในขั้นตอนการได้มาของวัตถุดิบ โดยวัตถุดิบที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด ได้แก่ น้ำนมดิบอันเกิดจากการเลี้ยงโค ดังนั้น ควรทำการเลี้ยงโคแบบออร์แกนิก ซึ่งจะมีการปลูกพืชอาหารสัตว์คุณภาพดี โดยลดการใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูก จะสามารถช่วยลดก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่ปลดปล่อยออกจากดินและน้ำได้ หากผู้ผลิตดำเนินการปรับปรุงตามแนวทางดังกล่าว จะมีส่วนร่วมลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศไทยมีระดับการปล่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
กสทช.ขอค่ายมือถือวางแผนป้องกันบิลช็อก
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ประกาศเตือนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระวังปัญหาการใช้บริการข้ามแดน (โรมมิง) ให้มากขึ้น และต้องการให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของประเทศไทยพัฒนามาตรฐานบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคให้มากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เช่น ความเคร่งครัดในบริการการจำกัดวงเงินค่าใช้บริการ (เครดิต ลิมิต) การพัฒนาระบบแจ้งเตือนเมื่อค่าบริการสูงผิดปกติแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับร้องเรียนกรณีผู้ใช้บริการเดินทางไปเข้าพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเวลา 10 วัน และได้รับแจ้งค่าบริการโรมมิงสูงถึง 1,298,032 บาท แม้ว่าผู้ใช้บริการได้ติดต่อเพื่อสมัครใช้แพ็กเกจโรมมิงกับบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือก่อนเดินทางแล้ว โดยได้สมัครใช้บริการโรมมิง 25 เมกะไบต์ ในราคา 350 บาทต่อวัน และเข้าใจว่า หากใช้บริการครบตามวงเงินที่จำกัด (Credit limit) คือ 7,000 บาท แล้วบริษัทจะหยุดให้บริการเอง ทำให้ตลอด 10 วันนั้นมีการเปิดเครื่องใช้งานดาต้าอย่างต่อเนื่อง และทราบภายหลังว่าแพ็จเกจที่สมัครไม่ได้ครอบคลุมถึงประเทศซาอุดีอาระเบีย แม้ว่าผู้ใช้บริการได้เจรจากับบริษัทผู้ให้บริการแล้ว บริษัทก็เสนอลดราคาให้เพียง 25% ซึ่งหมายถึงยอดหนี้ยังคงสูงเกือบ 1 ล้านบาท
กำหนดราคากลางงานผิวทางยางพารา
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) มีมติเห็นชอบมาตรฐานราคากลางสิ่งก่อสร้างส่วนของงานผิวทางที่มีส่วนผสมของยางพารา ประกอบด้วย 1.งานผิวทาง Para Asphalt Concrete หนา 5 ซม. ราคา 373 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) 2.งานผิวทาง Para Slurry Seal Type 2 ราคา 79.54 บาทต่อ ตร.ม. 3.งานผิวทาง Para Slurry Seal Type 3 ราคา 112.89 บาทต่อ ตร.ม. และ 4.งานผิวทาง Para Cape Seal ราคา 143.16 บาทต่อ ตร.ม.
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2557 กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย มีโครงการปรับปรุงผิวทางเป็นวงเงิน 5,501 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบำรุงรักษาผิวทางด้วย Para Slurry Seal ของกรมทางหลวง 4,270 ล้านบาท งานบำรุงรักษาทางด่วนบูรพาวิถีและทางด่วนบางพลีสุขสวัสดิ์ ด้วย Para Slurry Seal ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 141 ล้านบาท และโครงการบำรุงรักษาผิวทางด้วย Para Slurry Seal ของกรมทางหลวงชนบท 473 ล้านบาท เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบงานผิวทางทั่วไปกับงานผิวทางที่มีส่วนผสมของยางพารา พบว่า งานผิวทางที่มีส่วนผสมของยางพารามีราคาค่าก่อสร้างสูงกว่างานผิวทางทั่วไป 18.9345% โดยเฉพาะงานผิวทาง Para Slurry Seal Type 2 และ Type 3 ที่มีค่าก่อสร้างสูงกว่างานผิวทางปกติ 41-45% แต่มีความคงทนสูงกว่าและมีอายุการใช้งานนานกว่า
สอท.ชี้ลดภาษีเพิ่มกำลังซื้อไม่มาก
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ โดยจะลดลง 550% คงช่วยให้กำลังซื้อในระบบเพิ่มขึ้นบ้าง แต่อาจไม่มากนัก เนื่องจากต้องยอมรับว่าการบริโภคภายในประเทศขณะนี้ชะลอตัวมากจากรายได้สุทธิเมื่อเทียบกับรายจ่ายน้อยลง โดยค่าครองชีพที่แพงขึ้นและอีกส่วนหนึ่งจากนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาลที่มีการใช้สิทธิแล้ว ประมาณ 1 ล้านกว่าคันนั้น เฉลี่ย 90% ซื้อเงินผ่อน
อย่างไรก็ตาม นโยบายที่ควรทำระยะสั้นเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อภายในประเทศตกเท่านั้น ไม่ควรเป็นมาตรการระยะยาวเนื่องจากภาพรวมรายจ่ายของภาครัฐยังมีค่อนข้างมากเกรงว่าจะเป็นปัญหาในอนาคต ไม่ควรใช้นโยบายนี้ช่วงเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น เพราะเป็นช่วงที่รัฐจะได้รายได้สูงขึ้น และหากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าอัตราลดภาษีกรณีสูงสุด 37% เหลือ 35% ซึ่งเป็นบุคคลที่มีรายได้ตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป จุดนี้เห็นว่าไม่ควรจะลดให้เพราะถือว่าเป็นคนมีฐานะดีอยู่แล้ว







