เจน3"ภูเขาทอง"ลั่น8ปีสู่อาเซียนแบรนด์
ไทยเทพรส หรือหลายคนรู้จักเป็นอย่างดีในชื่อ ซอสปรุงรสภูเขาทองฝาเขียว ณ ปัจจุบันนี้
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ไทยเทพรส หรือหลายคนรู้จักเป็นอย่างดีในชื่อ ซอสปรุงรสภูเขาทองฝาเขียว ณ ปัจจุบันนี้ ธุรกิจนับพันล้านบาทตกอยู่ในอุ้งมือของเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเข้ามาบริหาร โดยมี “ธนวัฒน์ วิญญรัตน์” เป็นขุนพลขับเคลื่อนขยายธุรกิจจากซอสปรุงรส ไปสู่ผู้ผลิตสินค้าให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์
ธนวัฒน์ วิญญรัตน์ กรรมการ บริษัท ไทยเทพรส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสปรุงรสภูเขาทอง เปิดเผยว่า ภารกิจการดำเนินธุรกิจเจเนอเรชั่นที่ 3 หรือรุ่นหลานภายใต้อาณาจักรไทยเทพรส ความท้าทายในยุคนี้ การปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมแม่บ้านรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลง ครอบครัวมีขนาดเล็กลง ต้องการความสะดวกสบาย และภารกิจอันยิ่งใหญ่การปั้นภูเขาทองก้าวสู่อาเซียนแบรนด์ในอีก 8 ปีข้างหน้านี้
สำหรับแผนธุรกิจ 5 ปี บริษัทใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังผลิต 25-30% ที่โรงงาน จ.สมุทรปราการ จากปัจจุบันกำลังผลิต 12 ล้านหีบต่อปี เพื่อรองรับกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้า 6 กลุ่ม คือ ซอสปรุงรส น้ำส้มสายชู ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสหอยนางรม และซีอิ๊วขาว
ทั้งนี้ แผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ มุ่งขยายเซ็กเมนต์ใหม่ที่บริษัทยังไม่มีสินค้า เพื่อเติมเต็มสินค้าในพอร์ตโฟลิโอให้มีความแข็งแกร่ง และครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ยิ่งขึ้น อาทิ การเปิดตัวซอสปรุงรสสำเร็จรูปออกมาตอบโจทย์แม่บ้านทำกับข้าวไม่เป็น แต่ต้องการสินค้าตัวช่วยการทำอาหารให้กลายมาเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
แม้กระทั่งการขยายไลน์สู่ตลาดน้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มสุกี้ ในไทยอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยสินค้าจะวางตำแหน่งในระดับพรีเมียม ขณะนี้ได้ทดลองจำหน่ายในอเมริกาแล้ว นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าสร้างสองขาธุรกิจซอสพริกศรีราชาพานิช และน้ำส้มสายชู ให้แข็งแกร่งนอกเหนือจากซอสปรุงรสภูเขาทอง เพื่อผลักดันรายได้บริษัทให้เติบโต
“ก่อนหน้านี้สินค้าทั้งสองรายการเป็นท็อปทรี แต่ภายใน 4-5 ปีข้างหน้านี้ บริษัทวางเป้าหมายซีอิ๊วภูเขาทองขึ้นมาเป็นอันดับ 2 จากปัจจุบันภูเขาทองเป็นผู้นำตลาดซอสปรุงรส และศรีราชาพานิช เป็นผู้นำตลาดซอสพริก โดยปีหน้านี้บริษัททุ่มงบการตลาดสูงขึ้น 150-180 ล้านบาท จากปกติใช้ราว 100 ล้านบาท” ธนวัฒน์ กล่าว
ที่ผ่านมา บริษัทรู้ว่าภูเขาทองมีความแข็งแกร่งในตลาดอุตสาหกรรมอาหาร และร้านอาหาร เพราะเป็นสินค้าที่ผลิตออกมารสชาติจัดจ้าน แต่เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตยุคนี้จึงต้องบุกค้าปลีก โดยมุ่งทำตลาดขนาดเล็ก 200-300 มิลลิลิตร เพื่อขยายฐานลูกค้าในครัวเรือนเพิ่มจาก 30-40% เป็น 50% และกลุ่มอุตสาหกรรมจาก 60-70% เหลือ 50%
ธนวัฒน์ กล่าวว่า การขยายสู่ตลาดอาเซียนจะเพิ่มความถี่การจัดกิจกรรมเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยให้ความสำคัญ 3 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน กัมพูชา และพม่า จากปัจจุบันส่งออกไป ลาว อินเดีย ส่วนอเมริกาจะปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ และเปิดตัวด้วยภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ตั้งเป้า 5 ปี สัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 8% เป็น 12% จากปีที่ผ่านมารายได้ส่งออก 251 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมทุนเป็นผู้ผลิตซีอิ๊วให้กับบริษัท ยามาซ่า เพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศในปีแรก ตั้งเป้ามียอดขาย 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ไทยเทพรสในรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 3 ต้องผจญกับความท้าทายต้นทุนสินค้าขึ้นราคาโดยเฉลี่ย 56% อาทิ พริก แต่บริษัทเร่งบริหารจัดการต่างๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิต
ด้านรายได้บริษัทช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เติบโตเพียง 12% จากปกติต้องโต 45% เช่นเดียวกันปีนี้รายได้โตเพียง 12% หรือราว 2,670 ล้านบาท แบ่งเป็น ซอสปรุงรส 70% ซอสพริก 15% น้ำส้มสายชู 10% และอื่นๆ 5% ส่วนอีก 5 ปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ 3,500 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 6% ทุกปี


