posttoday
หวั่นเศรษฐกิจไทยติดลบ 3 ไตรมาส

หวั่นเศรษฐกิจไทยติดลบ 3 ไตรมาส

15 พฤศจิกายน 2556

สัปดาห์หน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแถลงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) ไตรมาส 3 ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีเงื่อนไขเข้าสู่ทางตัน ไม่ต่างจากตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนที่ออกมาย่ำแย่เกินคาดทั้งตัวเลขการส่งออก การบริโภค และการลงทุน

สัปดาห์หน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแถลงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) ไตรมาส 3 ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีเงื่อนไขเข้าสู่ทางตัน ไม่ต่างจากตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนที่ออกมาย่ำแย่เกินคาดทั้งตัวเลขการส่งออก การบริโภค และการลงทุน

อมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า การประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ของ สศช. อาจสร้างความผิดหวังให้นักลงทุน ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 อาจออกมาแย่ลง เนื่องจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวแรงในระยะหลัง มาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐที่ลดลง จะส่งผลให้ครัวเรือนไทยมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะดอกเบี้ยและเงินผ่อนอื่นๆ ลดลง ทำให้การบริโภคสินค้าคงทนลดลงตาม และมีผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคในประเทศ

“ดัชนีการลงทุนลดลงต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 การส่งออกที่หดตัวอาจทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 3 หดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เรียกว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยติดลบ 3 ไตรมาสติดกัน เมื่อเป็นเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในผลประกอบการของบริษัทและจิตวิทยาต่อนักลงทุน” อมรเทพ ระบุ

อมรเทพ มองว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำมากนั้น มีความเป็นไปได้ที่ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 27 พ.ย.นี้ สวนทางกับที่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เสนอให้ไทยเตรียมขึ้นดอกเบี้ย เพื่อรับมือการถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ของสหรัฐ

อมรเทพ ให้เหตุผลว่า การจ้างงานในตลาดแรงงานสหรัฐยังอ่อนแอค่อนข้างมาก เพราะแม้ว่าการจ้างงานในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นไม่มากนักเมื่อเทียบกับคนที่ออกนอกกำลังแรงงาน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปการบริโภคสหรัฐยังคงต้องอาศัยมาตรการดอกเบี้ยต่ำ และสภาพคล่องสูงในการกระตุ้นต่อไป ส่วนปัญหาเพดานหนี้สหรัฐและการปิดหน่วยงานราชการชั่วคราวที่ยังไม่ยุติ คณะกรรมการการเงินสหรัฐไม่น่าจะตัดสินใจชะลอมาตรการคิวอีในการประชุมกลางเดือน ธ.ค. ซึ่งอาจมีผลให้ทาง กนง. พิจารณาเสริมสภาพคล่องกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อยู่

อมรเทพ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 นี้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่จะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก การลงทุนที่ยังดูดี แม้ว่าปัญหาการเมืองจะยืดเยื้อ ส่วนการลงทุนในหุ้นหรือค่าเงินบาทไม่น่าจะได้รับผลกระทบการเมืองมากนัก แต่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพียงชั่วคราว เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวที่จะได้รับผลกระทบไม่มากเช่นกัน ยกเว้นหากมีสถานการณ์รุนแรง

“ส่วนมากแล้วปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศ และสภาพคล่องของการเงินโลกจะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า ส่วนความเชื่อมั่นผู้บริโภคแม้จะถูกกระทบบ้าง แต่ที่ผ่านมาก็เป็นเพียงชั่วคราวและกระทบไม่มากนัก เมื่อสถานการณ์คลี่คลายความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว” อมรเทพ กล่าว

สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลต่อผลกระทบของการเมืองต่อเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4คือด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุด แต่ก็เช่นกัน ภาคการท่องเที่ยวก็มีผลกระทบไม่มากนัก จากการที่นักท่องเที่ยวส่วนมากเป็นชาวยุโรปที่ได้มีการวางแผนการท่องเที่ยวมานานก่อนหน้า และโดยมากนิยมไปภาคใต้ แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวเอเชีย โดยเฉพาะจีนที่มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก และนิยมมาจับจ่ายใช้สอยในกรุงเทพ อาจมีปัญหาได้หากปัญหาการเมืองรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ดี หากการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ นักท่องเที่ยวอาจไม่ลดลงมากนัก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน